เจาะลึกยุทธศาสตร์ 'Team of Thailand' จากกสิกรไทยและ ธปท. แก้โจทย์โครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้หลุดกับดักรายได้ปานกลาง
ตัวเลข 16,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อหัว คือเส้นชัยที่ประเทศไทยต้องข้ามผ่านให้ได้ภายในปี 2580 หากไม่ก้าวข้ามเส้นนี้ ประเทศจะติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางไปอีกอย่างน้อย 12 ปีข้างหน้า นี่คือเป้าหมายที่ชัดเจนและกดดันอย่างยิ่งสำหรับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ในมุมมองของนักการเงินและนักยุทธศาสตร์ ปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกมาหลายทศวรรษ การจะแก้ปัญหานี้ไม่ได้ทำด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ต้องมีการปรับโครงสร้างการเติบโตของประเทศครั้งใหญ่ ซึ่งนี่คือโจทย์ใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน
แผน 'Team of Thailand' ของกสิกรไทย
ธนาคารกสิกรไทยได้เสนอโมเดลยุทธศาสตร์ "Team of Thailand" โดยเปรียบเทียบการพัฒนาประเทศกับการจัดทัพทีมฟุตบอล เพื่อให้เห็นภาพว่าแต่ละภาคส่วนต้องทำหน้าที่อย่างไรเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมาย
โมเดลนี้แบ่งบทบาทออกเป็น 3 ตำแหน่งหลัก ได้แก่ กองหน้า กองกลาง และกองหลัง แต่ละตำแหน่งมีหน้าที่เฉพาะเจาะจงที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างประสานสัมพันธ์ เพื่อสร้างการเติบโตที่ต่อเนื่องและยั่งยืน
สำหรับตำแหน่งกองหน้า ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจแห่งอนาคตต้องทำหน้าที่สร้างโอกาสและทำประตูให้ประเทศ โดยต้องมีคุณสมบัติสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ การมี Productivity สูง มีกล้ามเนื้อทางเทคโนโลยีและ AI ขยายการเข้าถึงตลาดใหม่ มีการบริหารความเสี่ยงและสภาพคล่องรองรับอนาคต และมีความยืดหยุ่นคล่องตัวในการปรับตัวตาม Global Supply Chain

บทบาทของสถาบันการเงิน
ตำแหน่งกองกลาง ซึ่งเป็นสถาบันการเงินและธนาคาร ต้องทำหน้าที่เชื่อมโยงโอกาสและส่งผ่านเงินทุนไปยังภาคส่วนที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศ เปรียบเสมือนการจ่ายบอลไปยังผู้เล่นที่พร้อมทำประตู
สิ่งนี้เรียกว่า Finance Transformation หรือ Finance for the Future ซึ่งหมายถึงการที่สถาบันการเงินต้องปรับตัวเพื่อรองรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจที่มีศักยภาพ
สถาบันการเงินต้องไม่เพียงแค่ปล่อยสินเชื่อตามรูปแบบเดิมๆ แต่ต้องเข้าใจบริบทของธุรกิจแต่ละประเภท และส่งผ่านเงินทุนไปยังจุดที่เกิดคุณค่าสูงสุดต่อประเทศ

ฐานรากที่มั่นคง
ตำแหน่งกองหลัง ทำหน้าที่ปรับปรุงรากฐานของประเทศ ประกอบด้วย Workforce of the Future พัฒนาทักษะ ความคิด และบุคลิกของคนไทยในอนาคตให้พร้อม ปรับลดกฎระเบียบ โดยลดทอนกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจ
เป้าหมายของตำแหน่งนี้คือการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยให้อยู่ใน Top 20 ของโลกภายใน 3 ปี ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ท้าทายแต่เป็นไปได้หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน
การปรับลดกฎระเบียบไม่ใช่การยกเลิกกฎทั้งหมด แต่เป็นการเลือกกฎที่จำเป็นและเหมาะสม เพื่อให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม

เป้าหมาย KPI ระดับประเทศ
ทุกตำแหน่งในทีมต้องมี KPI ของตนเอง และเมื่อรวมกันเป็น Team of Thailand ประเทศไทยจะต้องมี KPI ระดับประเทศ เพื่อก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง
จากข้อมูลของธนาคารโลก รายได้ต่อหัวของไทยในปี 2568 อยู่ที่ 7,690 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อคนต่อปี ซึ่งต้องขยับขึ้นไปเกิน 16,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2580
นอกจากนี้ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะต้องเติบโตมากกว่า 5% และต้องทำให้ Productivity เพิ่มขึ้น 3 เท่า จากปัจจุบันที่เติบโตปีละ 1.2% เป็น 3.7% ต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องอาศัยการทำงานหนักและมีความคิดสร้างสรรค์
มุมมองจาก ธปท. และปัญหา K-Shaped
ธนาคารแห่งประเทศไทยมองว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวแบบ K-Shaped ซึ่งหมายความว่ากลุ่มที่มีศักยภาพจะฟื้นตัวเร็ว ในขณะที่กลุ่มที่ขาดศักยภาพจะฟื้นตัวช้าหรือไม่ฟื้นตัวเลย
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ชี้ว่า การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการเข้าถึงสินเชื่อของเอสเอ็มอี เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อสร้างการเติบโตที่ทั่วถึง
ข้อมูลล่าสุดพบว่ายอดสินเชื่อเอสเอ็มอีติดลบต่อเนื่องยาวนานถึง 16 ไตรมาส โดยเอสเอ็มอีกลุ่มที่มีศักยภาพดีที่สุด 30% มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้เพียง 21% ต่างจากธุรกิจรายใหญ่ที่เข้าถึงได้ถึง 63%
นี่คือช่องว่างที่ ธปท. ต้องเร่งปิดให้ได้ เพื่อให้องค์กรทุกขนาดมีโอกาสเติบโตอย่างเท่าเทียมกัน
เครื่องมือใหม่เพื่อปลดล็อก
เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ ธปท. เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มกลาง SME Credit Portal ในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อแก้ปัญหาความไม่สมบูรณ์ของข้อมูล ช่วยให้เอสเอ็มอีที่มีหลักประกันติดจำนองอยู่กับธนาคารเดิม สามารถนำหลักประกันไปยื่นขอสินเชื่อแข่งขันในตลาดกลางกับสถาบันการเงินแห่งใหม่ได้ด้วยต้นทุนดอกเบี้ยที่เป็นธรรมขึ้น
นอกจากนี้ ธปท. ได้ทดลองใช้กลไก Credit Boost ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยใช้เงินสมทบจากสถาบันการเงิน ซึ่งอัดฉีดสินเชื่อใหม่ไปได้แล้ว 80,000 ล้านบาท จากนี้จะนำไปสร้างเป็นกลไกค้ำประกันถาวรอายุ 5 ปี พร้อมปรับเงื่อนไข ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีได้ 100,000 ล้านบาทต่อปี
เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กและกลางสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น และนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ทั่วถึงมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย

Keep subscribing to วิชัย ภูมิHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Subscribe
