สถานการณ์น้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยกำลังเป็นที่จับตา หลังจังหวัดนครพนมเผชิญกับน้ำท่วมหนัก ซึ่งทางการระบุว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบประมาณ 30 ปี โดยน้ำได้เริ่มเข้าท่วมร้านค้าบริเวณชั้นใต้ดินและเส้นทางสัญจรริมแม่น้ำในเขตตัวเมือง ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการต้องเร่งขนย้ายสิ่งของและเฝ้าติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางสภาพฝนที่ยังตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่
แม้ปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ทางจังหวัดยืนยันว่าโดยภาพรวมยังมั่นใจว่าน้ำท่วมครั้งนี้ไม่กระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจ รวมถึงการค้าและการท่องเที่ยวของนครพนมในภาพรวม ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้เสริมเครื่องสูบน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ และปิดทางระบายน้ำที่เชื่อมลงสู่แม่น้ำโขง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากแม่น้ำไหลย้อนกลับเข้ามาเติมในเขตตัวเมืองเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เฝ้าติดตามระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในจังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำ ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ มุกดาหาร และนครพนม ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าอาจจะล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำได้ ในช่วงตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 14 สิงหาคม
นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างวันที่ 10 ถึง 17 สิงหาคม ยังจะมีปรากฏการณ์น้ำหนุนสูง ซึ่งจะทำให้การระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเป็นไปได้ยากขึ้น ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำจึงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจุดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ลุ่มต่ำ ที่อาจได้รับผลกระทบจากทั้งฝนที่ตกลงมาและระดับน้ำในแม่น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในเวลาเดียวกัน
ทางด้านแนวทางการรับมือ เจ้าหน้าที่ย้ำว่าจะไม่รอให้เกิดน้ำท่วมเสียก่อนแล้วจึงเข้าไปให้ความช่วยเหลือ แต่จะต้องเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ระบบแจ้งเตือนจะต้องทำงานให้เร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนมีเวลาในการตั้งรับและลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด
สำหรับการเตรียมความพร้อม เจ้าหน้าที่ได้เดินเครื่องสูบน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และเตรียมรองรับหากมีฝนตกหนักซ้ำลงมาอีกในช่วงกลางคืน พร้อมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย ให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง และได้แจ้งเตือนไปยังหน่วยงานราชการทั้งหมดให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนที่ตกต่อเนื่องหลายวันได้ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาเพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามประกาศและคำเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้เตรียมพร้อมอพยพหรือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงได้ทันท่วงที หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
