เจาะลึกกลยุทธ์ใหม่ KAMU KAMU เปิดตัว Yothé โยเกิร์ตผสมชาเจ้าแรกในไทย ด้วยตัวเลข 5 แสนแก้วและเป้าหมาย 100 สาขา
ตัวเลข 500,000 แก้วภายใน 5 เดือน ไม่ใช่แค่สถิติยอดขาย แต่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดเครื่องดื่มไทยกำลังเปลี่ยนหน้าฉาก จากยุคที่ชานมครองใจไปสู่มิติใหม่ที่โยเกิร์ตไม่ได้เป็นแค่ของหวานแต่กลายเป็นเครื่องดื่มหลักได้
KAMU KAMU แบรนด์ชาสัญชาติไทยที่อายุครบ 15 ปีพอดี กำลังใช้ข้อมูลนี้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัว "Yothé" (โย-เท่) แบรนด์แรกที่กล้าประกาศว่าตนเป็นผู้บุกเบิกหมวดหมู่ "Tea Meets Yogurt" ในประเทศไทย
นี่ไม่ใช่แค่การออกเมนูใหม่ในร้านเดิม แต่คือการแตกแบรนด์อิสระที่มีตัวตนของตัวเอง ราคาเริ่มต้น 69 บาท และเป้าหมายการขยายตัว 100 สาขาใน 5 ปี ซึ่งบ่งบอกว่านี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ในตลาดเครื่องดื่มที่แข่งขันรุนแรง
จากอินไซต์สู่แบรนด์ใหม่
ทินกฤต สินทัตตโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คามุ คามุ จำกัด เล่าว่า ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา พวกเขาเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ดื่มเพื่อความสดชื่นและอร่อย วันนี้คนมองหาคุณภาพ รสชาติใหม่ และความสนุกในการเลือกให้เข้ากับไลฟ์สไตล์
เมนูโยเกิร์ตในร้าน KAMU KAMU กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญ เมื่อมันทำยอดขายทะลุเป้า 500,000 แก้วในระยะเวลาเพียง 5 เดือน (ข้อมูลตั้งแต่มีนาคมถึงกรกฎาคม 2569) สิ่งนี้ยืนยันว่าผู้บริโภคเปิดรับรสชาติและรูปแบบการดื่มใหม่อีกครั้ง
ทินกฤตชี้ว่า ความอร่อยยังสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวอีกต่อไป ผู้บริโภคมองหาคุณค่าที่สอดคล้องกับการดูแลตัวเองด้วย ซึ่งทำให้ทั้ง "ชา" และ "โยเกิร์ต" มีพื้นที่เติบโตในรูปแบบใหม่ที่แตกต่าง

สูตรลับ Tea Meets Yogurt
หัวใจของ Yothé คือการนำคาแรกเตอร์ของชามาเจอกับความนุ่มละมุนของโยเกิร์ตในแก้วเดียว โดยใช้โยเกิร์ตคุณภาพจากญี่ปุ่นเป็นวัตถุดิบหลัก เพื่อให้ได้ทั้งรสชาติชาที่ชัดเจนและเนื้อสัมผัสที่ละมุน
ชื่อ "Yothé" มาจากการผสมคำว่า YOGURT กับ THÉ (ชาในภาษาฝรั่งเศส) สะท้อนแนวคิดการนำสองสิ่งที่คุ้นเคยมาเจอกันในแบบที่ต่างออกไป
จุดเด่นคือระบบ DIY & Customize ที่ให้ลูกค้าออกแบบแก้วโปรดผ่านท็อปปิ้งกว่า 22 รายการ ทำให้ทุกแก้วมีความเป็นส่วนตัวและตอบโจทย์ความสนุกในการเลือกที่ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการ

เมนูไฮไลต์และราคา
Yothé Signature มีทั้งหมด 9 เมนู ได้แก่ Tomato Yoshi, Mango Mojo, Collaberry, Blue Sly & Green Tea, Kale Mango, Biscoff Volcano, Black Mountain, Chocona Nutter และ Momo Matcha
ราคาเริ่มต้นที่ 69 บาท ซึ่งทินกฤตอธิบายว่าเป็นกลยุทธ์เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงได้ง่ายและลูกค้าสามารถซื้อได้บ่อยๆ ไม่ต่างจากการดื่มชาหรือกาแฟในชีวิตประจำวัน
การตั้งราคาในระดับนี้ทำให้ Yothé สามารถแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มพรีเมียมได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องราคาที่สูงเกินไป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความถี่ในการซื้อซ้ำ

แผนขยาย 100 สาขา
สาขาแรกจะเปิดทำการในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์การค้า Emsphere ชั้น G ซึ่งเป็นโลเคชันที่มีกำลังซื้อสูงและเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์
เป้าหมายใหญ่คือการขยายเพิ่มอีก 100 สาขาภายใน 5 ปี ซึ่งเมื่อรวมกับสาขา KAMU KAMU ที่มีอยู่แล้วกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ จะทำให้เครือข่ายของ KAMU KAMU Group มีขนาดที่แข็งแกร่งมาก
ทินกฤตมองว่า การเติบโตไม่ได้วัดแค่จำนวนสาขา แต่ต้องสร้างคุณค่าให้ผู้บริโภคได้จริง ซึ่ง Yothé คือคำตอบของคำถามที่ว่า ความเชี่ยวชาญด้านชาจะพาเราไปสร้างอะไรใหม่ให้ผู้บริโภคได้อีก
โอกาสในตลาดที่ยังว่าง
ตลาดโยเกิร์ตผสมชายังไม่มีผู้เล่นรายใดที่กล้าประกาศตนเป็นเจ้าแรกอย่างชัดเจน ทำให้ Yothé มีโอกาสสร้างมาตรฐานและครอบครองพื้นที่นี้ในตลาดได้ก่อนใคร
การที่ KAMU KAMU มีฐานลูกค้าและแบรนด์ที่ยอมรับอยู่แล้วกว่า 15 ปี ทำให้การขยายตัวสู่หมวดหมู่ใหม่มีความเสี่ยงน้อยกว่าแบรนด์ใหม่ที่ยังไม่มีตัวตนในตลาด
นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในตลาดเครื่องดื่มไทย ที่โยเกิร์ตไม่ได้เป็นแค่ของหวานอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องดื่มหลักที่คู่ควรกับชาในแก้วเดียว
คำถามที่พบบ่อย

Keep subscribing to มาลี วรรณHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Subscribe
