เจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภคปี 2569 ที่เลิกกินเจเพราะเชื่อ และหันมากินเพราะอร่อย ข้อมูลจาก Daily News เผยตัวเลขที่เปลี่ยนเกมตลาดอาหาร Plant-Based
ตัวเลข 32% ของผู้บริโภคในไทยปี 2569 ที่ยืนยันจะกินเจตลอด 9 วัน อาจดูตกต่ำเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่อย่าเพิ่งสรุปว่าตลาดนี้กำลังตายนะ เพราะเบื้องหลังตัวเลขที่ลดลงนั้นมีความซับซ้อนกว่าที่ตาเห็น
ในครัวบ้านเรากำลังเกิดปรากฏการณ์เงียบๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับการถือศีลเท่ากับการปรับสมดุลร่างกาย ข้อมูลจาก Daily News ชี้ชัดว่า 15.4% ของคนกลุ่มนี้เลือกอาหารเจเพื่อลดปริมาณเนื้อสัตว์ลง และอีก 10.2% หันมาเพราะต้องการประโยชน์ต่อสุขภาพโดยตรง ไม่ใช่เพราะความศรัทธาเพียงอย่างเดียว
นี่คือจุดเปลี่ยนที่คำว่า 'ต้องกิน' ถูกลดทอนลง และคำว่า 'อยากกิน' ขึ้นมาครองพื้นที่แทน การเปลี่ยนแรงจูงใจจากภาระทางศาสนาไปสู่ความต้องการส่วนตัว กำลังสร้างตลาดอาหารทางเลือกที่มีแรงขับจากภายในของผู้บริโภคเอง
เมื่อเมนูเจหลุดกรอบพิธีกรรม
ความจริงที่น่าทึ่งคือ มีเพียง 55.4% ของผู้กินเจเท่านั้นที่ยึดติดกับการกินเจครบทั้ง 9 วัน ขณะที่ 44.6% เลือกกินเป็นบางมื้อ หรือบางจาน ซึ่งบ่งบอกว่าอาหารเจกำลังสูญเสียสถานะความเป็น 'อาหารแห่งเทศกาล' ไปแล้ว
ช่องว่างนี้คือโอกาสทองสำหรับแบรนด์อาหารที่จะมองข้ามข้อจำกัดทางเวลา เพราะหากอาหารเจสามารถตอบโจทย์ความอร่อยและความสะดวกได้จริง มันก็ควรเป็นสินค้าที่ขายได้ตลอด 365 วัน ไม่ใช่แค่ช่วงหน้าฝน
ดังนั้น ตลาดจึงเริ่มเห็นสินค้าที่เลิกพยายามพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นอาหารเจ แต่เริ่มแข่งกับอาหารทั่วไปในด้านรสชาติและประสบการณ์การกิน โดยไม่ติดกับดักของสูตรเดิมๆ ที่ทำให้คนจำได้ว่าเป็นอาหารสำหรับคนถือศีล

กะเพราหมูกรอบวีแกน: ตัวอย่างความสำเร็จ
กรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุดคือ CPRAM ที่ดันแบรนด์ VG for Love เข้ามาตีตลาดด้วยเมนู 'ข้าวกะเพราหมูกรอบวีแกน' ซึ่งกลยุทธ์หลักไม่ใช่การขายความเป็น Plant-Based แต่คือการขายรสชาติและสัมผัสที่ผู้บริโภคไทยคุ้นเคยจนไม่ต้องคิด
เมนูนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่วงกินเจ แต่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นเมนูสุขภาพที่กินได้ทุกวัน เช่นเดียวกับที่พวกเขาเปิดตัว สปาเก็ตตี้ขี้เมาหมูกรอบวีแกน เพื่อขยายฐานไปยังกลุ่มคนที่แค่อยากลองสิ่งใหม่ๆ โดยไม่ต้องผูกมัดกับหลักศาสนา
ความเข้าใจในตลาดนี้คือ ผู้บริโภคต้องการโปรตีนจากพืชที่ให้อารมณ์เหมือนเนื้อสัตว์จริง ทั้งกลิ่น รส และสัมผัส ไม่ใช่แค่การหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ ซึ่งทำให้การตัดสินใจซื้อง่ายและเร็วขึ้นมาก

เบอร์เกอร์เจ: Format ที่ลดกำแพงความคิด
เบอร์เกอร์ Plant-Based คือกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพสูงมาก เพราะผู้บริโภคเข้าใจ Product ได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายความซับซ้อนใดๆ เพียงแค่เปลี่ยนชิ้นเนื้อเป็นโปรตีนจากพืชทุกอย่างก็พร้อมกิน
เหตุผลที่เบอร์เกอร์มีโอกาสอยู่รอดในตลาดระยะยาวคือมันเป็น Format ที่คนคุ้นเคยอยู่แล้ว สิ่งที่เปลี่ยนคือไส้ตรงกลาง ทำให้แบรนด์สามารถวางตำแหน่งสินค้าเป็นทางเลือกที่ขายได้ตลอดปี โดยไม่ต้องอาศัยเทศกาลเป็นตัวช่วย
การเลือกใช้ Format นี้ช่วยลดความกังวลทางความคิดของผู้บริโภค และเปิดโอกาสให้แบรนด์เดิมที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว สามารถขยายไลน์สินค้าเข้าสู่ตลาด Plant-Based ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมา

ของว่างและเครื่องดื่มที่ซ่อนอยู่ในทุกมื้อ
นอกจากเมนูหลักแล้ว กลุ่มอาหารพร้อมทานเจและ Plant-Based Ready-to-Eat กำลังกลายเป็นสินค้าประจำชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ต โดย CPRAM กระจายสินค้าผ่านเครือข่ายกว่า 20,000 จุด ทั้ง 7-Eleven, Makro และ Lotus's ซึ่งครอบคลุมแทบทุกมุมเมือง
สินค้ากลุ่มนี้มีตั้งแต่ผัดหมี่ซั่วเจ ซาลาเปาไส้ผักเห็ดหอม ไปจนถึงเกี๊ยวซ่าผักเจ ซึ่งจุดแข็งที่แท้จริงคือความสะดวกรวดเร็ว เหมาะกับคนทำงานที่ต้องการอาหารเร็ว ๆ หรือคนที่ต้องการลดเนื้อสัตว์โดยไม่ว่างทำเอง
ยังมีโปรเจกต์ Jade Dragon x Dna ที่นำนมถั่วเหลืองดีน่ามาพัฒนาเป็นไส้ซาลาเปาธัญพืชหลายรสชาติ ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตของอาหารเจไปสู่เครื่องดื่มและของว่างที่กินได้ทุกวัน โดยไม่จำเป็นต้องรอเทศกาลอีกต่อไป
คำถามที่พบบ่อย

Keep subscribing to มัลลิกา สาHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Subscribe
