เจาะลึกสาเหตุที่ทำให้ราคาทองคำร่วงแรงที่สุดในรอบปี พร้อมสะท้อนพฤติกรรมตลาดที่เปลี่ยนไป
เช้าวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2569 ตัวเลข 62,200 บาทสำหรับราคาขายออกทองแท่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ไม่ใช่แค่ตัวเลขธรรมดา แต่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดของสัปดาห์นี้ เมื่อราคาทองคำดิ่งลงแรงถึง 1,550 บาท จากราคาปิดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่การปรับฐานเล็กน้อย หากแต่เป็นการร่วงลงครั้งใหญ่ที่สร้างความตระหนกให้กับผู้ถือครองทองคำทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเข้ามาซื้อในช่วงราคาสูง
สิ่งที่น่าจับตามองคือที่มาของแรงขายนี้ซึ่งไม่ได้มาจากการที่ทองคำสูญเสียความน่าเชื่อถือในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หากแต่เกิดจากการที่นักลงทุนต้องนำทองคำออกมาขายเพื่อนำเงินไปชดเชยการขาดทุนในหุ้นเทคโนโลยี
แรงสั่นสะเทือนจากวอลล์สตรีท
รอยเตอร์ รายงานว่าราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ร่วงลงถึง 3.5% มาอยู่ที่ 3,880.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025
สาเหตุหลักมาจากความกังวลในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจไม่เป็นไปตามคาด
ไท หว่อง นักซื้อขายโลหะอิสระ กล่าวไว้ว่าเมื่อท้องฟ้าของตลาดหุ้นถล่มลงมา โลหะอย่างทองคำก็หนีแรงดึงดูดจากการปรับฐานของตลาดหุ้นไม่พ้น เพราะผลประกอบการคือรากฐานของหุ้น AI และตอนนี้รากฐานนั้นกำลังแตกร้าว

พฤติกรรม Margin Call ในตลาดไทย
นักวิเคราะห์จาก Commerzbank ชี้ว่าเมื่อตลาดหุ้นเทคโนโลยีดิ่งลง นักลงทุนสถาบันจำเป็นต้องขายสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงอย่างทองคำแบบเร่งด่วน เพื่อหาเงินสดมาชดเชยการเรียกหลักประกันเพิ่ม หรือ Margin Call
พฤติกรรมนี้สะท้อนให้เห็นว่าทองคำและหุ้นเทคโนโลยีไม่ได้เคลื่อนไหวแยกส่วน หากแต่ถูกผูกติดกันผ่านกลไกการบริหารพอร์ตของกองทุนขนาดใหญ่
ในฝั่งตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET ปิดที่ 1,518.59 จุด ลดลง 26.01 จุด ตามแรงกดดันจากกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหุ้น DELTA ที่ร่วงลง 8.14% มาอยู่ที่ 203 บาท

บทบาทของโรบอทเทรดดิ้ง
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่าคำสั่งซื้อขายผ่าน Program Trading หรือโรบอทเทรด มีสัดส่วนคิดเป็น 52.96% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งตลาด
หุ้น DELTA คือตัวจักรสำคัญ โดยมีมูลค่าการซื้อขายผ่าน Program Trading สูงถึง 6.51 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 53.46% ของมูลค่าการซื้อขายแบบ Auto Matching ของตัวมันเอง
การที่โรบอทเทรดกินสัดส่วนวอลุ่มถึงครึ่งหนึ่งของตลาด ทำให้การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกลุ่มเทคฯ ในไทยมีความผันผวนสูง และส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังตลาดทองคำ

มุมมองนักวิเคราะห์และแนวโน้ม
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส บล.ทิสโก้ ระบุว่าตลาดไทยกำลังเข้าสู่โหมด Risk Off โดยมีเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน แต่ทองคำกลับถูกกดดันจากการเทขายเพื่อหาสภาพคล่อง
สำหรับสัปดาห์หน้า นักวิเคราะห์ประเมินแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,500 และ 1,510 จุด และแนวต้านที่ 1,530 ถึง 1,540 จุด โดยให้ติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและทิศทางหุ้นเทคฯ โลกอย่างใกล้ชิด
ในขณะเดียวกัน กสิกรไทย มองว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีโอกาสฟื้นตัวในไตรมาส 4 จากการเปิดโครงการใหม่และยอดโอนคอนโดที่เพิ่มขึ้น โดยแนะนำหุ้นเด่นอย่าง AP, SIRI, SC และ SPALI ที่ให้ปันผลสูงกว่า 6%
ทางเลือกในการลงทุน
ท่ามกลางความผันผวน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. เพิ่งเปิดตัวเงินฝากออมทรัพย์ "เก็บออม" ที่ให้ดอกเบี้ย 1.55% ต่อปี สำหรับผู้เปิดบัญชีครั้งแรกขั้นต่ำ 500 บาท
ผลิตภัณฑ์นี้เปิดให้ฝากจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าจะเต็มกรอบวงเงิน ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงและหลีกเลี่ยงความผันผวนของตลาดหุ้นและทองคำในช่วงนี้
นักวิเคราะห์จาก บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยถือเงินสดประมาณ 20 ถึง 30% ของพอร์ต เพื่อรอจังหวะลงทุนใหม่ และเน้นคัดเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่ง
คำถามที่พบบ่อย

Keep subscribing to วิชัย ภูมิHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Subscribe
