เจาะลึกข้อกังวลของ ATTA ต่อร่าง พ.ร.บ. ภาษีขาออก 1,000 บาท ที่กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็น และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและครัวเรือน
ตัวเลข 1,000 บาท อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยในกระเป๋าเงิน แต่สำหรับสมาคมตัวแทนท่องเที่ยวไทย (ATTA) นี่คือระเบิดเวลาที่พร้อมจะฉีกอุตสาหกรรมการบินและท่องเที่ยวของประเทศให้ขาดกระเด็น
กระทรวงการคลังกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ภาษีขาออก ซึ่งกำหนดเก็บภาษีจากทั้งนักท่องเที่ยวและคนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศทางอากาศ เริ่มต้นที่ 1,000 บาทต่อคน แม้ยังไม่บังคับใช้ แต่เสียงคัดค้านเริ่มดังขึ้น โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการที่มองว่ามาตรการนี้จะซ้ำเติมภาระค่าใช้จ่ายที่คนไทยกำลังแบกรับอยู่แล้ว
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขในกฎหมาย แต่เป็นเรื่องความเชื่อมั่นของผู้เดินทางและความอยู่รอดของสายการบิน หากต้นทุนสูงขึ้นจริง เราอาจจะได้เห็นภาพการปรับลดเที่ยวบินหรือการยกเลิกเส้นทางบางสายในอนาคต ซึ่งนั่นคือผลลัพธ์ที่ไม่มีใครอยากเห็น
เหตุผลที่ ATTA ยื่นคัดค้าน
อดิธ ทรายรัตนะนนท์ เลขาธิการ ATTA ระบุว่า ข้อกังวลหลักคือภาษีนี้จะส่งผลกระทบอย่างไม่เป็นธรรมต่อกลุ่มครอบครัว นักเรียน และธุรกิจขนาดเล็กที่มีงบประมาณจำกัด
ไม่ใช่แค่คนท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่คนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศเพื่อการศึกษา การทำงาน หรือการลงทุนก็มีกว่า 13 ล้านคนต่อปี การเก็บภาษีแบบเหมารวมในอัตราเดียว อาจทำให้คนกลุ่มนี้ตัดสินใจชะลอการเดินทาง หรือเลือกประเทศอื่นที่มีต้นทุนการเดินทางต่ำกว่า
ATTA เสนอให้รัฐบาลประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจแบบองค์รวมก่อนผลักดันกฎหมายนี้ เพราะหากความต้องการเดินทางลดลงจริง จะกระทบต่ออัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ของสายการบิน และอาจนำไปสู่การลดความถี่ของเที่ยวบิน หรือการปิดเส้นทางที่ไม่ทำกำไร

ภาระค่าใช้จ่ายที่ซ้อนทับกัน
สิ่งที่ทำให้สถานการณ์น่ากังวลมากขึ้นคือ ภาระค่าใช้จ่ายด้านการบินที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอยู่แล้ว เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ท่าอากาศยานไทย (AOT) ได้เพิ่มค่าบริการผู้โดยสารขาออกต่างประเทศจาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท ที่สนามบินหลัก 6 แห่ง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างพิจารณาเก็บค่าธรรมเนียมผู้เข้าเมือง (Tourist Entry Fee) สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในอัตรา 450 บาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเก็บจากผู้ที่เดินทางเข้าทางอากาศในปี 2570
การเก็บภาษีขาออก 1,000 บาท เพิ่มเติมเข้ามาในช่วงที่ครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็กกำลังฟื้นตัวจากผลกระทบของน้ำท่วม ยิ่งทำให้ภาพรวมค่าใช้จ่ายด้านการบินดูหนักอึ้งขึ้นอีก ซึ่ง ATTA ชี้ว่าจังหวะเวลาของมาตรการนี้อาจไม่เหมาะสม

ช่วงเวลาเปิดรับฟังความคิดเห็น
ปัจจุบัน กรมสรรพากรกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ภาษีขาออก ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน ถึง 29 ตุลาคม 2569
นี่คือโอกาสทองสำหรับภาคการท่องเที่ยวและผู้เกี่ยวข้องในการส่งเสียงคัดค้าน หรือเสนอแนะข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาปรับแก้กฎหมายก่อนเข้าสู่กระบวนการอนุมัติ
หากกฎหมายนี้ผ่านในอัตราเดิม อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

มุมมองที่ควรพิจารณา
แม้การเก็บภาษีขาออกจะเป็นแนวคิดที่หลายประเทศใช้เพื่อสร้างรายได้ และควบคุมผลกระทบจากการบิน แต่บริบทของไทยมีความละเอียดอ่อน เพราะเราพึ่งพาการท่องเที่ยวและการเดินทางระหว่างประเทศเป็นรายได้หลัก
การออกแบบนโยบายต้องคำนึงถึงโครงสร้างรายได้ของผู้เดินทางด้วย ไม่ใช่แค่เก็บเท่ากันหมด หากต้องการให้มาตรการนี้สำเร็จ รัฐบาลอาจต้องพิจารณาอัตราแบบขั้นบันได หรือยกเว้นสำหรับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง
ในท้ายที่สุด การตัดสินใจนี้ต้องมองภาพรวมของเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่รายได้ของรัฐ เพราะหากคนไม่กล้าบิน เงินที่ควรหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจก็จะหายไปเช่นกัน
คำถามที่พบบ่อย

Keep subscribing to ลำไย พรHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Subscribe
