avalw
⚲
ไฮซีซั่นท่องเที่ยวไทยปลายปี 2026 กับปฏิทินเทศกาลและเป้าหมายรายได้ TOURISM · TH

ไฮซีซั่นท่องเที่ยวไทยปลายปี 2026 กับปฏิทินเทศกาลและเป้าหมายรายได้

ณัฐยา สุวรรณ ณัฐยา สุวรรณ nattayasuwan.avalw.com · 4.5k reads Respect0 Save Share Read only
READS29live count PUBLISHED24 Sept2026 READING TIME1 min122 words LANGUAGEThai
AI CITATIONS? Gathering data

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเดินหน้าแคมเปญปลายปีเพื่อดึงนักท่องเที่ยว พร้อมปฏิทินเทศกาลวัฒนธรรมทั่วประเทศ และตั้งเป้ารายได้รวม 2.7 ล้านล้านบาทในปี 2026

ALSO ON THE CREATOR SITERead this on nattayasuwan.avalw.comOpen

เมื่อช่วงปลายปีใกล้เข้ามา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยก็เตรียมเข้าสู่ฤดูกาลที่คึกคักที่สุดของปี ทั้งเทศกาลทางวัฒนธรรม กิจกรรมขนาดใหญ่ และการเดินทางที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวได้วางแผนไว้อย่างเป็นระบบเพื่อดึงดูดผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ บทความนี้จึงขอสรุปภาพรวมของเป้าหมายและไฮไลต์สำคัญในช่วงไฮซีซั่นของปี 2026 เอาไว้

เป้าหมายรายได้ 2.7 ล้านล้านบาท

ตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2026 อยู่ที่ 2.7 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.6 ล้านล้านบาท และจากการเดินทางภายในประเทศอีก 1.1 ล้านล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนการเติบโตอย่างน้อยร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับรายได้ 2.6 ล้านล้านบาทของปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทายไม่น้อย

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ลวดลายพญาครุฑบนประตูวัดในประเทศไทย สะท้อนความงดงามของศิลปะและวัฒนธรรมไทย (ภาพประกอบ)
ลวดลายพญาครุฑบนประตูวัดในประเทศไทย สะท้อนความงดงามของศิลปะและวัฒนธรรมไทย (ภาพประกอบ)

สำหรับจำนวนผู้มาเยือนนั้น ตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีการตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ที่ 33 ล้านคนในปี 2026 ขณะที่การคาดการณ์ตามกรณีฐานอยู่ที่ราว 32.6 ถึง 32.7 ล้านคน แม้ตัวเลขคาดการณ์จะต่ำกว่าเป้าหมายอยู่เล็กน้อย แต่ก็ยังสะท้อนถึงความต้องการเดินทางมายังประเทศไทยที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

แคมเปญไฮซีซั่นปลายปี

เพื่อผลักดันให้เข้าใกล้เป้าหมายดังกล่าว ตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้มีการจัดแคมเปญไฮซีซั่นในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งผสมผสานทั้งเทศกาล กิจกรรมต่าง ๆ โปรโมชันด้านการเดินทาง และเส้นทางการบินใหม่ ทั้งในตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการเดินทางให้คึกคักตลอดช่วงปลายปีนี้

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

หนึ่งในไฮไลต์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นที่สุดคือขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ตามการรายงาน มีกำหนดจัดขึ้นในกรุงเทพมหานครในวันที่ 6 พฤศจิกายน โดยมีการซ้อมใหญ่ในวันที่ 21 และ 22 ตุลาคมก่อนหน้านั้น งานอันตระการตานี้ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่หาชมได้ยาก และมักดึงดูดผู้ชมทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากต่างแดนให้มาเฝ้าชมเป็นจำนวนมาก

เทศกาลลอยกระทง

อีกเทศกาลที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือประเพณีลอยกระทง ตามการรายงาน จะมีการจัดขึ้นทั่วประเทศในเดือนพฤศจิกายน รวมถึงงานลอยกระทงขนาดใหญ่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แสงไฟและกระทงที่ลอยอยู่บนผืนน้ำสร้างภาพที่งดงามและเปี่ยมด้วยความหมาย จนกลายเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างตั้งตารอที่จะได้มาสัมผัสด้วยตนเอง

สีสันแห่งภาคอีสาน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีบทบาทสำคัญในปฏิทินเทศกาลเช่นกัน ตามการรายงาน จังหวัดนครพนมจะจัดขบวนเรือไฟอันงดงามในเดือนตุลาคม ขณะที่จังหวัดสกลนครก็มีงานประเพณีของตนเองในช่วงปลายปี กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปสู่ชุมชนในภูมิภาคอย่างทั่วถึง

งานมหกรรมและกิจกรรมกีฬา

นอกเหนือจากเทศกาลทางวัฒนธรรมแล้ว ยังมีงานมหกรรมและกิจกรรมกีฬาที่หลากหลาย ตามการรายงาน จังหวัดอุดรธานีเป็นเจ้าภาพงานมหกรรมพืชสวนระดับนานาชาติ ขณะที่กรุงเทพมหานครมีงานวิ่งมาราธอนขนาดใหญ่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน กิจกรรมประเภทนี้ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ๆ ที่สนใจทั้งด้านสุขภาพและการแข่งขันให้เดินทางเข้ามามากขึ้น

กระจายรายได้สู่ภูมิภาค

เป้าหมายสำคัญประการหนึ่งของการจัดกิจกรรมเหล่านี้คือการกระจายรายได้ ตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การกระจายงานเทศกาลไปยังจังหวัดต่าง ๆ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวไหลลงสู่ชุมชนในต่างจังหวัดโดยตรง ไม่กระจุกตัวอยู่เพียงในเมืองใหญ่ อันจะช่วยสร้างความสมดุลและความยั่งยืนให้กับการเติบโตในระยะยาว

นักท่องเที่ยวกระจายสู่เมืองรอง

แนวโน้มการกระจายตัวยังปรากฏอยู่ในพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวบางกลุ่มด้วย ตามการรายงาน นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางออกไปไกลกว่าจุดหมายยอดนิยมอย่างกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และพัทยา ไปยังพื้นที่อื่น ๆ เช่น กระบี่ พังงา เกาะสมุย และเชียงใหม่ การกระจายตัวเช่นนี้ช่วยลดความแออัดในเมืองหลัก และเปิดโอกาสให้เมืองรองได้เติบโตไปพร้อมกัน

จุดแข็งด้านสุขภาพ

อีกหนึ่งทิศทางที่ถูกให้ความสำคัญคือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตามการรายงาน ผู้บริหารของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมองว่าจุดแข็งด้านสุขภาพและการดูแลตัวเองเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้ในระยะยาว การผสมผสานระหว่างการพักผ่อน การดูแลสุขภาพ และบริการที่มีคุณภาพ จึงกลายเป็นจุดขายที่น่าจับตามองอย่างยิ่งของการท่องเที่ยวไทยในอนาคต

ช่วงเวลาสำคัญของการท่องเที่ยวไทย

โดยรวมแล้ว ช่วงไฮซีซั่นปลายปี 2026 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวของไทย ทั้งเป้าหมายรายได้ที่ท้าทาย ปฏิทินเทศกาลที่อัดแน่น และความพยายามกระจายผลประโยชน์สู่ภูมิภาค หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ปีนี้ก็มีโอกาสเป็นอีกหนึ่งปีที่น่าจดจำของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย และเป็นรากฐานที่ดีสำหรับปีต่อ ๆ ไป

0 responses
No responses yet. Be the first to add one.
ณัฐยา สุวรรณ
Follow this desk
ณัฐยา สุวรรณ
Create a free account to follow ณัฐยา สุวรรณ. New stories land in your feed, and you can save any of them to your own reading lists.
Your library & lists →
ณัฐยา สุวรรณ
WRITTEN BY THE AUTHOR
ณัฐยา สุวรรณ 2026-09-24 · 1 min read · 29 reads
View profile →
VERIFY THIS STORY
ASK AI
ณัฐยา สุวรรณ Keep subscribing to ณัฐยา สุวรรณHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Up next
More
Statistics Search Become a creator Alliances About Terms Privacy