หลายคนรู้จักไทยในฐานะผู้ใช้ข้อมูลดาวเทียม แต่วันนี้ประเทศกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีอวกาศเอง ตั้งแต่โครงการ THEOS มูลค่าหลายพันล้านบาท ไปจนถึงดาวเทียมสำรวจโลกฝีมือวิศวกรไทยล้วน
ปกติแล้วฉันเล่าเรื่องเทคโนโลยีใหม่ที่อยู่รอบตัวเราบนพื้นดิน ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ในโรงพยาบาลไปจนถึงหุ่นยนต์ในโรงงาน แต่วันนี้ฉันอยากชวนทุกคนแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าให้ไกลกว่าเดิม เพราะเงียบ ๆ ประเทศไทยกำลังสร้างความสามารถด้านอวกาศของตัวเองอย่างจริงจัง จากที่เคยเป็นเพียงผู้ซื้อและผู้ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมต่างชาติ ตอนนี้เรากำลังเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีอวกาศด้วยมือของเราเอง และนี่คือเรื่องราวที่น่าสนใจกว่าที่หลายคนคิด
จากผู้ใช้สู่ผู้สร้าง
หัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือการยกระดับจากการเป็นผู้บริโภคข้อมูล ไปสู่การเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีอย่างแท้จริง หน่วยงานที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้คือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อจิสด้า ภายใต้แผนโครงการอวกาศแห่งชาติ ไทยตั้งเป้าที่จะพัฒนาทั้งดาวเทียม การประยุกต์ใช้ข้อมูล และการวางกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เป้าหมายไม่ใช่แค่การมีดาวเทียม แต่คือการสร้างอุตสาหกรรมอวกาศทั้งระบบให้เกิดขึ้นในประเทศ
โครงการ THEOS-2
จุดเริ่มต้นที่สำคัญของความทะเยอทะยานนี้คือโครงการที่มีชื่อว่า THEOS-2 ซึ่งรัฐบาลได้ทุ่มงบประมาณลงไปอย่างมหาศาล ตัวเลขการลงทุนรวมอยู่ที่ราวเจ็ดพันแปดร้อยล้านบาท หรือคิดเป็นเงินประมาณสองร้อยสามสิบแปดล้านดอลลาร์สหรัฐ เป้าหมายของเม็ดเงินก้อนนี้ไม่ได้อยู่ที่ดาวเทียมเพียงดวงเดียว แต่มุ่งหวังจะปฏิรูปและพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอวกาศทั้งหมด ให้กลายเป็นรากฐานใหม่ของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
บทเรียนราคาแพง

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่อวกาศไม่เคยราบรื่น และปี 2026 ก็มอบบทเรียนราคาแพงให้กับเรา ดาวเทียมสำรวจโลกดวงเล็กที่ชื่อ THEOS-2A ซึ่งพัฒนาร่วมกับพันธมิตรจากอังกฤษ ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่สิบสองมกราคม โดยอาศัยจรวดของประเทศอินเดีย แต่แล้วความผิดปกติในจรวดท่อนที่สามก็ทำให้ดาวเทียมไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรได้ตามแผน และสูญหายไปในที่สุด นับเป็นความสูญเสียที่เจ็บปวดสำหรับทีมงานที่ทุ่มเทมาอย่างยาวนาน
ความรู้ที่ยังอยู่
แม้ดาวเทียมจะสูญหายไป แต่สิ่งที่มีค่าที่สุดกลับไม่ได้หายไปพร้อมกับมัน นั่นคือองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ทีมวิศวกรไทยได้สั่งสมมาตลอดกระบวนการพัฒนา ความเชี่ยวชาญเหล่านี้ยังคงอยู่กับประเทศ พร้อมที่จะถูกนำไปต่อยอดในโครงการต่อไป ในโลกของอวกาศ ความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นบทเรียนที่แม้แต่ชาติมหาอำนาจก็ต้องเผชิญมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน สิ่งสำคัญคือการลุกขึ้นยืนและเดินหน้าต่อไปด้วยความรู้ที่มากขึ้น
ดาวเทียมสำรวจโลกมีไว้ทำไม
หลายคนอาจสงสัยว่าดาวเทียมสำรวจโลกเหล่านี้มีประโยชน์กับชีวิตประจำวันของเราอย่างไร คำตอบนั้นใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะภาพถ่ายจากดาวเทียมช่วยให้เราติดตามพื้นที่การเกษตร คาดการณ์ผลผลิต และวางแผนการใช้น้ำได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือภัยพิบัติ ทั้งการเตือนภัยน้ำท่วม การติดตามภัยแล้ง และการประเมินความเสียหายหลังเกิดเหตุ ดาวเทียมจึงเป็นดวงตาบนท้องฟ้าที่คอยดูแลผืนแผ่นดินของเรา
ห้าเสาหลักของอวกาศไทย
แผนโครงการอวกาศแห่งชาติของไทยนั้นวางกรอบไว้อย่างครอบคลุมถึงห้าด้านหลักด้วยกัน ด้านแรกคือดาวเทียมสื่อสาร ตามด้วยระบบดาวเทียมสำรวจโลกที่เป็นหัวใจสำคัญ ถัดมาคือการสร้างเศรษฐกิจอวกาศให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจ รวมถึงการสำรวจและการวิจัยในห้วงอวกาศ และสุดท้ายคือการบริหารจัดการแผนงานทั้งหมดอย่างเป็นระบบ กรอบคิดนี้สะท้อนว่าไทยไม่ได้มองอวกาศเป็นเพียงเรื่องของวิทยาศาสตร์ แต่เป็นยุทธศาสตร์ของชาติในระยะยาว
THEOS-3 ฝีมือคนไทย
ก้าวต่อไปที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือโครงการที่มีชื่อว่า THEOS-3 ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของวงการอวกาศไทย เพราะนี่จะเป็นดาวเทียมสำรวจโลกดวงแรกที่ออกแบบและพัฒนาโดยฝีมือวิศวกรไทยล้วน โครงการนี้ยังใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ พร้อมทั้งประกอบและทดสอบที่ศูนย์แห่งชาติในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี การที่เราสามารถทำได้เองตั้งแต่ต้นจนจบ คือบทพิสูจน์ว่าคนไทยมีศักยภาพที่จะยืนอยู่แถวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศได้จริง
เศรษฐกิจอวกาศที่กำลังมา
เบื้องหลังความฝันทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้คือโอกาสทางเศรษฐกิจที่มหาศาลรออยู่ อุตสาหกรรมอวกาศทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และไทยก็ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกระแสนี้แทนที่จะยืนดูอยู่ข้างสนาม การพัฒนาดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวข้องสามารถสร้างงานทักษะสูง ดึงดูดการลงทุน และก่อให้เกิดสตาร์ตอัปหน้าใหม่จำนวนมาก นี่คือการเปลี่ยนความรู้ด้านอวกาศให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้จริง
ท่าอวกาศยานในฝัน
หนึ่งในความฝันที่ทะเยอทะยานที่สุดที่มีการพูดถึงกันคือแนวคิดเรื่องการสร้างท่าอวกาศยานของไทยเอง ด้วยทำเลที่ตั้งของประเทศซึ่งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ไทยจึงมีข้อได้เปรียบทางธรรมชาติสำหรับการปล่อยจรวดขึ้นสู่วงโคจร ตำแหน่งเช่นนี้ช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งดาวเทียม แม้โครงการนี้จะยังอยู่ในขั้นของการศึกษาและวางแผน แต่ก็สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่กล้าคิดกล้าฝันของวงการอวกาศไทย
ความท้าทายข้างหน้า
แน่นอนว่าเส้นทางข้างหน้ายังเต็มไปด้วยความท้าทายที่ไม่ควรมองข้าม การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศต้องใช้เงินลงทุนสูงและใช้เวลายาวนานกว่าจะเห็นผล อีกทั้งการแข่งขันในเวทีโลกก็ดุเดือด โดยมีทั้งชาติมหาอำนาจและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่เป็นคู่แข่ง ที่สำคัญคือเราต้องรักษาและสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญให้เพียงพอ เพราะหัวใจที่แท้จริงของอุตสาหกรรมนี้ไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่คือคนที่มีความรู้และความมุ่งมั่น
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ
สำหรับคนไทยทั่วไป เรื่องอวกาศอาจฟังดูไกลตัวและเป็นเพียงความฝันที่จับต้องไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง มันเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของเราอย่างแนบแน่น ระบบพยากรณ์อากาศ การนำทางด้วยแผนที่ดิจิทัล การเตือนภัยพิบัติ และการวางแผนการเกษตร ล้วนต้องพึ่งพาดาวเทียมทั้งสิ้น การที่ไทยมีเทคโนโลยีของตัวเอง หมายถึงการมีอธิปไตยและความมั่นคงในข้อมูลที่สำคัญเหล่านี้ โดยไม่ต้องพึ่งพิงต่างชาติเพียงอย่างเดียว
อนาคตที่อยู่บนฟ้า
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด ฉันเห็นประเทศเล็ก ๆ ที่กล้าวาดฝันให้ใหญ่และพยายามไขว่คว้าไปถึงดวงดาว การเดินทางสู่อวกาศของไทยอาจมีทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวปะปนกันไป แต่ทุกก้าวล้วนสร้างความรู้และความมั่นใจให้กับคนรุ่นต่อไป อวกาศไม่ใช่เรื่องของชาติมหาอำนาจเท่านั้นอีกต่อไป และสักวันหนึ่ง เมื่อเราพูดถึงความภาคภูมิใจของคนไทย เราอาจได้เพิ่มดาวเทียมที่สร้างด้วยมือของเราเองเข้าไปในรายการนั้นด้วย
ให้บริบทเรื่อง จิสด้า ได้ดี.

Keep following กัญญารัตน์Her next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Follow