ประเทศไทยกำลังเร่งเครื่องโครงการเมืองอัจฉริยะครั้งใหญ่ ตั้งเป้าขยายจาก 37 เป็น 105 พื้นที่ภายในปี 2027 พร้อมงบลงทุนราว 320 ล้านดอลลาร์ เครือข่ายรถพยาบาล 5G และการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย เรามักนึกถึงหุ่นยนต์หรือปัญญาประดิษฐ์ในโรงงาน แต่ความจริงแล้วเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันของเราอย่างเงียบ ๆ ผ่านแนวคิดที่เรียกว่าเมืองอัจฉริยะ และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นกับเมืองที่เราอาศัยอยู่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้
เป้าหมายที่ทะเยอทะยาน
หัวใจสำคัญของความเคลื่อนไหวนี้คือแผนการอันทะเยอทะยานของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือที่รู้จักกันในนามดีป้า ซึ่งกำลังเร่งเดินหน้าโครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและท้าทายเอาไว้ว่าจะขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นในระยะเวลาอันสั้น
ตัวเลขที่ตั้งเป้าไว้นั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง เพราะแผนดังกล่าวมุ่งขยายพื้นที่เมืองอัจฉริยะที่ได้รับการกำหนดอย่างเป็นทางการ จากเดิมที่มีอยู่ 37 พื้นที่ ให้เพิ่มขึ้นเป็น 105 พื้นที่ภายในปี 2027 ซึ่งหมายความว่าจำนวนเมืองอัจฉริยะจะเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าตัวในเวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น

เม็ดเงินและทิศทางการลงทุน
แน่นอนว่าความฝันขนาดใหญ่เช่นนี้ย่อมต้องอาศัยเม็ดเงินลงทุนที่สอดคล้องกัน โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนด้วยงบประมาณการลงทุนที่เกี่ยวข้องราว 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในการวางโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและพัฒนาบริการต่าง ๆ ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
สิ่งที่น่าสนใจคือทิศทางที่ชัดเจนของการลงทุนนี้ โดยโครงการให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ กับสองด้านหลัก นั่นคือการใช้ชีวิตอัจฉริยะที่จะทำให้ความเป็นอยู่สะดวกสบายขึ้น ควบคู่ไปกับการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อปกป้องข้อมูลและระบบต่าง ๆ ของเมือง
รถพยาบาล 5G ช่วยชีวิต
หนึ่งในตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมและน่าตื่นเต้นที่สุดของโครงการนี้ คือการพัฒนาเครือข่ายรถพยาบาลที่เชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยี 5G ความเร็วสูง ซึ่งถือเป็นการนำเทคโนโลยีการสื่อสารล้ำสมัยมาประยุกต์ใช้เพื่อภารกิจที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง นั่นคือการช่วยชีวิตผู้คนในยามฉุกเฉิน
ด้วยเครือข่าย 5G ที่รวดเร็วและมีความหน่วงต่ำ รถพยาบาลจะสามารถส่งข้อมูลอาการของผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ไปยังโรงพยาบาลได้ตั้งแต่ระหว่างการเดินทาง ทำให้ทีมแพทย์เตรียมความพร้อมได้ล่วงหน้า และอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ชี้ขาดระหว่างความเป็นและความตายในสถานการณ์วิกฤต
ส่วนหนึ่งของภาพที่ใหญ่กว่า
โครงการเมืองอัจฉริยะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่กำลังเบ่งบานทั่วประเทศไทย ในปี 2025 ที่ผ่านมา คำมั่นสัญญาการลงทุนโดยรวมพุ่งสูงแตะระดับราว 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 67 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ระบบนิเวศของสตาร์ทอัพก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน โดยปัจจุบันประเทศไทยมีสตาร์ทอัพมากถึง 15,891 ราย ในจำนวนนี้มี 1,294 รายที่ได้รับเงินทุนสนับสนุน และสามารถระดมทุนรวมกันได้ราว 11,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงพลังและศักยภาพของภาคเทคโนโลยีไทย
เมืองแห่งอนาคตที่จับต้องได้
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่าประเทศไทยกำลังพยายามใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริงของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การรักษาพยาบาล หรือความปลอดภัย แนวคิดเมืองอัจฉริยะจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือนามธรรมอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ในเมืองต่าง ๆ
ความท้าทายที่แท้จริงนับจากนี้คือการทำให้แผนอันสวยหรูเหล่านี้เกิดขึ้นจริงและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากประเทศไทยสามารถเดินหน้าตามเป้าหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ อีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมืองที่เราคุ้นเคยอาจเปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง สู่การเป็นเมืองที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และน่าอยู่มากยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน
ได้เรียนรู้เรื่อง ดีป้า เยอะเลย.
บทความมีประโยชน์มากเรื่อง ดีป้า.
วิเคราะห์ ดีป้า ได้ดี.

Keep following กิตติศักดิ์ สุขHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Follow