เดือนสิงหาคม 2569 ดาวเทียม GISTDA CubeSat-1 ของไทยถูกส่งขึ้นสู่วงโคจร ขณะที่ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมในศรีราชากำลังผลักดันให้ไทยผลิตดาวเทียมด้วยฝีมือของตนเอง
หลายคนอาจยังไม่ทันสังเกต แต่ประเทศไทยกำลังค่อย ๆ ขยับตัวเองขึ้นสู่อวกาศอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมต่างชาติ แต่กำลังเดินหน้าสู่การเป็นผู้ผลิตและพัฒนาดาวเทียมด้วยฝีมือของคนไทยเองอย่างจริงจัง
ภาพของอุตสาหกรรมอวกาศที่เคยดูไกลตัวและเป็นเรื่องของชาติมหาอำนาจเท่านั้น วันนี้เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อหน่วยงานและนักวิจัยไทยลงมือสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทดสอบระบบ และส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรจริง ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ดาวเทียมนักเรียนขึ้นสู่วงโคจร
จุดที่น่าสนใจล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เมื่อดาวเทียมของไทยที่มีชื่อว่า GISTDA CubeSat-1 ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจร โดยอาศัยจรวดลองมาร์ช 6ซี จากศูนย์ส่งดาวเทียมไท่หยวนของจีน ซึ่งในภารกิจเดียวกันนี้มีการนำส่งดาวเทียมรวมทั้งหมดเจ็ดดวง
ดาวเทียมดวงนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า หลิงจือ-09 และถูกสร้างขึ้นโดยบริษัทกาแล็กซี สเปซ ของจีน ให้แก่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ จิสด้า ตามรายงานระบุว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ผลิตดาวเทียมเชิงพาณิชย์ในจีนสร้างดาวเทียมให้หน่วยงานลักษณะนี้
สิ่งที่ทำให้ดาวเทียมดวงนี้พิเศษคือบทบาทสองด้านในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนและนักศึกษาได้เรียนรู้การออกแบบและพัฒนาดาวเทียมจากการปฏิบัติจริง อีกด้านหนึ่งยังทำหน้าที่เก็บข้อมูลสำรวจระยะไกลเพื่อสนับสนุนงานด้านการเกษตรและการติดตามระบบนิเวศ
ศูนย์ทดสอบที่ได้มาตรฐานโลก

เบื้องหลังความก้าวหน้าเหล่านี้ คือศูนย์ประกอบ รวม และทดสอบดาวเทียม ซึ่งตั้งอยู่ภายในอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมีจิสด้าเป็นผู้ดูแล และถือเป็นหัวใจสำคัญที่ผลักดันความทะเยอทะยานด้านอวกาศของประเทศให้เดินหน้าต่อไป
ปัจจุบันศูนย์แห่งนี้สามารถทำการทดสอบดาวเทียมได้สามรูปแบบหลัก ได้แก่ การทดสอบการสั่นสะเทือนเพื่อประเมินความทนทาน การทดสอบอุณหภูมิทั้งในสภาวะปกติและสภาวะสุญญากาศ และการทดสอบคุณสมบัติเชิงมวลเพื่อตรวจสอบจุดศูนย์ถ่วง โดยในอนาคตยังเตรียมเพิ่มการทดสอบการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้าอีกด้วย
ความน่าเชื่อถือของศูนย์นี้ได้รับการยืนยันจากภายนอกด้วย โดยนายพรเทพ นวกิจกนก ผู้อำนวยการศูนย์ผลิตดาวเทียมแห่งชาติของจิสด้า ระบุว่าวิศวกรจากบริษัทเอสเอสทีแอลได้ยืนยันว่าอุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบระบบดาวเทียมของไทยนั้นได้มาตรฐานของสหราชอาณาจักรและมาตรฐานไอเอสโอ 9100
จากธีออส-2 สู่ดาวเทียมไทยแท้
เส้นทางของไทยในด้านนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น ก่อนหน้านี้ดาวเทียมสำรวจโลกธีออส-2 ได้ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2566 และกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสำรวจทรัพยากรและติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ ของประเทศจากมุมมองบนอวกาศ
เป้าหมายต่อไปที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิมคือดาวเทียมธีออส-3 ซึ่งถูกวางแผนให้เป็นดาวเทียมที่ผลิตด้วยฝีมือคนไทยทั้งดวง และมีกำหนดการส่งขึ้นสู่วงโคจรในช่วงระหว่างปี 2569 ถึง 2570 หากทำได้สำเร็จก็จะเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของอุตสาหกรรมอวกาศไทย
ความหมายต่อคนไทยและก้าวต่อไป
การมีศูนย์ทดสอบและความสามารถในการสร้างดาวเทียมภายในประเทศไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความภาคภูมิใจ แต่ยังช่วยลดการพึ่งพาต่างชาติ ลดต้นทุนในระยะยาว และเปิดโอกาสให้เกิดผู้ใช้งานหลากหลาย เช่น บริษัทมิว สเปซ และกองทัพอากาศไทย ที่ต่างมองเห็นประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้
โดยรวมแล้ว ภาพที่เกิดขึ้นในปีนี้สะท้อนว่าไทยกำลังวางรากฐานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การให้นักเรียนได้สัมผัสดาวเทียมจริง ไปจนถึงการสร้างศูนย์ทดสอบระดับสากลและการตั้งเป้าผลิตดาวเทียมด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่พาประเทศไปได้ไกลกว่าที่เคยคิดไว้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
CubeSat: อธิบายดีกว่าที่อื่น.
ติดตาม CubeSat อยู่ อันนี้ช่วยได้.
จริงมาก.
เห็นด้วย.

Keep following กิตติศักดิ์ สุขHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Follow