จากระบบจ่ายเงินในประเทศ พร้อมเพย์ของไทยกำลังก้าวข้ามพรมแดนไปเชื่อมต่อกับเพื่อนบ้านทั่วอาเซียน ตั้งแต่สิงคโปร์ไปจนถึงเวียดนาม บทความนี้จะพาไปดูตัวเลขการใช้งานที่น่าทึ่ง และอนาคตของการโอนเงินข้ามประเทศแบบเรียลไทม์ โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสาธารณะเท่านั้น
ทุกวันนี้ การหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสแกนคิวอาร์เพื่อจ่ายเงิน กลายเป็นภาพที่คุ้นตาไปทั่วเมืองไทย ตั้งแต่ร้านอาหารริมทางไปจนถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่โต เบื้องหลังความสะดวกสบายนี้คือระบบที่ชื่อว่าพร้อมเพย์ ซึ่งไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศอีกต่อไป แต่กำลังขยายปีกออกไปเชื่อมต่อกับทั้งภูมิภาคอาเซียนอย่างเงียบเชียบ
ในบทความนี้ เราจะพาผู้อ่านไปสำรวจอย่างใจเย็นว่าพร้อมเพย์เติบโตมาไกลแค่ไหน เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร และอนาคตของการโอนเงินข้ามพรมแดนกำลังจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด ข้อมูลและตัวเลขทั้งหมดที่ปรากฏด้านล่างนี้ อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะเท่านั้น โดยปราศจากการคาดเดาใดใดจากเรา
ตัวเลขที่น่าทึ่งในประเทศ
ก่อนจะไปไกลถึงต่างแดน ลองมาดูความยิ่งใหญ่ในบ้านเราก่อน ตามข้อมูลสาธารณะ ระบบพร้อมเพย์รองรับธุรกรรมมากกว่า 74 ล้านรายการต่อวัน และคิดเป็นสัดส่วนราว 44 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการซื้อขายอีคอมเมิร์ซ รวมถึงราว 43 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการชำระเงินหน้าร้าน ขณะที่จำนวนผู้ลงทะเบียนก็เพิ่มขึ้นราว 14 เปอร์เซ็นต์ จนทะลุ 90 ล้านคนไปแล้ว
ก้าวข้ามพรมแดน

ความน่าสนใจที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้นเมื่อพร้อมเพย์ตัดสินใจก้าวออกนอกประเทศ ตามข้อมูลสาธารณะ ไทยได้เชื่อมต่อระบบของตนเข้ากับเพย์นาวของสิงคโปร์ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2564 ซึ่งถือเป็นการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินแบบทันทีระหว่างสองประเทศคู่แรกในภูมิภาคอาเซียน นับเป็นก้าวสำคัญที่ปูทางไปสู่ความร่วมมืออีกมากมายในเวลาต่อมา
เชื่อมโยงทั้งภูมิภาค
เรื่องราวไม่ได้จบลงแค่ที่สิงคโปร์เท่านั้น ตามข้อมูลสาธารณะ พร้อมเพย์ยังได้ขยายการเชื่อมต่อไปยังระบบดูอิทนาวของมาเลเซีย ระบบคิวริสของอินโดนีเซีย และระบบเวียดคิวอาร์ของเวียดนามอีกด้วย การเชื่อมโยงเหล่านี้ค่อยค่อยถักทอให้ภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นเครือข่ายการชำระเงินขนาดใหญ่ ที่ผู้คนสามารถโอนหากันได้อย่างสะดวกมากขึ้นเรื่อยๆ
โอนหาสิงคโปร์แค่เบอร์มือถือ
แล้วในทางปฏิบัติ การเชื่อมต่อนี้ให้ประโยชน์อะไรบ้าง ตามข้อมูลสาธารณะ การเชื่อมโยงระหว่างพร้อมเพย์กับเพย์นาวช่วยให้ผู้คนสามารถโอนเงินระหว่างไทยกับสิงคโปร์ได้แบบเรียลไทม์ โดยใช้เพียงหมายเลขโทรศัพท์ของผู้รับเท่านั้น ธุรกรรมจะเสร็จสิ้นในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที และรองรับการโอนได้สูงสุดราว 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 25,000 บาทต่อวัน
ก้าวต่อไปคือโครงการเน็กซัส
ความทะเยอทะยานยังไม่หยุดอยู่แค่การจับคู่ทีละประเทศ ตามข้อมูลสาธารณะ ไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งของโครงการเน็กซัส ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ริเริ่มโดยธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ เพื่อเชื่อมระบบการชำระเงินแบบทันทีของหลายชาติเข้าด้วยกัน ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดใช้งานได้ในปี 2569
ตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง
เบื้องหลังการเชื่อมโยงเหล่านี้คือตลาดที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตามข้อมูลสาธารณะ มูลค่าตลาดการชำระเงินผ่านมือถือของไทยในปี 2569 ถูกประเมินไว้ที่ราว 34,000 ล้านดอลลาร์ และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอัตราเลขสองหลักต่อปี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยได้หันมาโอบรับสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มตัวเพียงใด
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ
หลายคนอาจสงสัยว่าเรื่องเทคนิคเหล่านี้เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอย่างไร คำตอบนั้นตรงไปตรงมามาก การเชื่อมโยงข้ามพรมแดนหมายความว่านักท่องเที่ยว แรงงาน และผู้ประกอบการรายย่อย จะสามารถรับและจ่ายเงินข้ามประเทศได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และมีค่าธรรมเนียมที่ถูกลง ซึ่งช่วยลดกำแพงที่เคยขวางกั้นการค้าและการเดินทางในภูมิภาคลงอย่างมาก
ในภาพที่ใหญ่ขึ้น ระบบการชำระเงินที่ไร้รอยต่อเช่นนี้ยังเป็นรากฐานสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน มันช่วยส่งเสริมทั้งการท่องเที่ยว การค้าขายออนไลน์ และการเข้าถึงบริการทางการเงินของผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยถูกทิ้งไว้ข้างหลังในระบบธนาคารแบบดั้งเดิม ให้ได้เข้ามาอยู่ในระบบมากขึ้น
ความท้าทายที่ยังเหลืออยู่
แน่นอนว่าเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบไปเสียทั้งหมด การเชื่อมโยงระบบของหลายประเทศเข้าด้วยกันมาพร้อมกับโจทย์ยากเรื่องความปลอดภัย การป้องกันการฉ้อโกง ตลอดจนการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ให้รัดกุม ยิ่งเครือข่ายมีขนาดใหญ่และซับซ้อนมากเท่าใด ความรับผิดชอบในการรักษาความน่าเชื่อถือก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ถึงกระนั้น ทิศทางโดยรวมก็ยังคงน่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความหวัง สิ่งที่เมื่อไม่กี่ปีก่อนดูเหมือนเป็นเพียงความฝัน วันนี้ได้กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลของผู้คนนับล้าน การที่ไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญในเรื่องนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจสำหรับวงการเทคโนโลยีการเงินของประเทศ
โดยสรุปแล้ว เรื่องราวของพร้อมเพย์คือตัวอย่างชั้นดีของการที่เทคโนโลยีสามารถลบเส้นแบ่งพรมแดนลงได้อย่างเงียบเชียบ จากระบบที่เริ่มต้นเพื่อคนไทย มันกำลังเติบโตไปเป็นสะพานเชื่อมผู้คนทั่วทั้งอาเซียนเข้าหากัน และไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร การเดินทางของเงินดิจิทัลข้ามพรมแดนสายนี้ ก็ยังน่าจับตามองต่อไปอีกยาวไกล
บทความมีประโยชน์มากเรื่อง การชำระเงิน.
เห็นด้วย.

Keep subscribing to กิตติศักดิ์ สุขHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Subscribe
