ประเทศไทยดึงดูดเงินลงทุนในห่วงโซ่รถยนต์ไฟฟ้ากว่า 4.1 พันล้านดอลลาร์ ตอกย้ำสถานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของอาเซียน บทความนี้สรุปตัวเลขและผู้เล่นสำคัญ
อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก และประเทศไทยก็กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของภูมิภาค ด้วยเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากที่ไหลเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิต ประเทศไทยจึงตอกย้ำสถานะของตนเองในฐานะศูนย์กลางยานยนต์ของอาเซียน บทความนี้จะสรุปข้อมูลจากรายงานต่างๆ เกี่ยวกับตัวเลขการลงทุนและผู้ผลิตรายสำคัญที่ทยอยเข้ามาลงทุนในช่วงที่ผ่านมา
การลงทุนกว่า 4.1 พันล้านดอลลาร์

ตามรายงาน ประเทศไทยสามารถดึงดูดคำมั่นการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้ารวมกันกว่า 4.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมโครงการทั้งสิ้น 198 โครงการ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพของประเทศ และแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังขยายตัวอย่างจริงจังในหลายมิติพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์กลางยานยนต์ของภูมิภาค
ตามรายงาน ประเทศไทยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์หลักของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างยาวนาน ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกกำลังปรับเปลี่ยนเครือข่ายการผลิตของตนไปสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น ประเทศไทยจึงอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการรองรับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้ของทั้งอุตสาหกรรม
จุดเริ่มต้นในปี 2022
ตามรายงาน การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมาตั้งแต่ปี 2022 เมื่อค่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์เริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระดับหรูขึ้นภายในประเทศ การเข้ามาของแบรนด์ระดับพรีเมียมตั้งแต่ช่วงแรก ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น และปูทางให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ ตัดสินใจเข้ามาลงทุนตามในเวลาต่อมา
คลื่นผู้ผลิตจากจีน
ตามรายงาน ในปี 2024 ได้เกิดคลื่นการลงทุนครั้งใหญ่จากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน ซึ่งรวมถึงค่ายบีวายดีและเกรท วอลล์ มอเตอร์ รวมทั้งแบรนด์อื่นๆ อีกหลายราย ที่เข้ามาตั้งสายการประกอบรถยนต์ขึ้นภายในประเทศ การหลั่งไหลเข้ามาของผู้ผลิตเหล่านี้ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานการผลิตของไทยอย่างเห็นได้ชัดเจน
โมเมนตัมที่ต่อเนื่อง
ตามรายงาน แรงส่งดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยในปี 2025 มีผู้ผลิตเพิ่มเติมเข้ามาเริ่มดำเนินการผลิต และในปี 2026 ก็มีการเปิดสายการผลิตของค่ายฮุนไดและแบรนด์อื่นๆ ตามมาอีก การทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าความสนใจของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทยยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัวลง
การจ้างงานในประเทศ
ตามรายงาน การลงทุนด้านการผลิตเหล่านี้ได้สร้างตำแหน่งงานภายในประเทศไปแล้วมากกว่า 16,000 ตำแหน่ง การจ้างงานจำนวนมากนี้ไม่เพียงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ให้แก่แรงงานไทยอีกด้วย ซึ่งถือเป็นผลพลอยได้ที่มีคุณค่าในระยะยาว
บทบาทของบีโอไอ
ตามข้อมูล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการลงทุนเหล่านี้ โดยได้จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจรวม 18 ครั้ง เชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนของไทยกว่า 800 ราย เข้ากับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ข้ามชาติ และก่อให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจมากกว่า 1,200 คู่ ซึ่งช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ
เม็ดเงินกระจายหลายด้าน
ตามข้อมูล เม็ดเงินลงทุนได้กระจายตัวไปในหลายส่วนของอุตสาหกรรม โดยรถยนต์ไฟฟ้าแบบใช้แบตเตอรี่ได้รับราว 1.18 พันล้านดอลลาร์ รถยนต์ไฮบริดอีกราว 1.18 พันล้านดอลลาร์ ส่วนแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานได้รับประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ชิ้นส่วนสำคัญและสถานีชาร์จก็ได้รับการลงทุนเพิ่มเติมในระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์เช่นเดียวกัน
ทำไมไทยจึงน่าสนใจ
ความน่าสนใจของประเทศไทยไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ด้วยอุตสาหกรรมยานยนต์ดั้งเดิมที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ประกอบกับเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ค่อนข้างครบวงจร และทำเลที่ตั้งอันเป็นยุทธศาสตร์ในใจกลางภูมิภาค ปัจจัยทั้งหมดนี้รวมกันทำให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับยุคของรถยนต์ไฟฟ้า
ความท้าทายข้างหน้า
แม้แนวโน้มโดยรวมจะสดใส แต่เส้นทางข้างหน้าก็ยังมีความท้าทายอยู่ไม่น้อย การแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันการขยายโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จ และการกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จในระยะยาว
มองไปข้างหน้า
โดยรวมแล้ว การที่ประเทศไทยดึงดูดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลในห่วงโซ่รถยนต์ไฟฟ้า สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ หากแนวโน้มเช่นนี้ยังคงดำเนินต่อไป ประเทศไทยก็มีโอกาสที่จะรักษาและเสริมสร้างสถานะของตนในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค

Keep subscribing to กิตติศักดิ์ สุขHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Subscribe
