avalw
⚲
BUSINESS · TH

ดีทรอยต์แห่งเอเชีย: ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

มณีรัตน์ ศรีสมบัติ มณีรัตน์ ศรีสมบัติ maneeratsrisombat.avalw.com · 458 reads Respect0 Save Share Read only
READS25live count PUBLISHED21 Sept2026 READING TIME1 min96 words LANGUAGEThai
AI CITATIONS? Gathering data

ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนทุ่มเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในประเทศไทย นำโดยโรงงานของบีวายดีในระยอง ทำให้ราชอาณาจักรแห่งนี้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ALSO ON THE CREATOR SITERead this on maneeratsrisombat.avalw.comOpen

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และประเทศไทยก็ได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญอย่างที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง ด้วยการวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นดั่งเมืองดีทรอยต์แห่งเอเชียในยุคใหม่

ดีทรอยต์แห่งเอเชีย

ตามรายงานที่มีการเผยแพร่ ประเทศไทยได้อาศัยรากฐานที่แข็งแกร่งจากการเป็นฐานการผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน เพื่อต่อยอดไปสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า โดยความพร้อมทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน แรงงานที่มีทักษะ และนโยบายส่งเสริมจากภาครัฐ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญยิ่งของประเทศ ดังที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้ชี้ให้เห็นว่า ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์แบบเดิมกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน การเข้ามาของโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้กลายเป็นความหวังใหม่ ที่จะช่วยพยุงและขับเคลื่อนภาคการผลิตของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

เม็ดเงินลงทุนมหาศาล

สิ่งที่สะท้อนถึงความสำคัญของประเทศไทยได้อย่างชัดเจนที่สุด คือเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามา จากข้อมูลที่มีการรายงาน ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนได้เข้ามาลงทุนในไทยรวมกันแล้วมากกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก

หากนับรวมผู้ผลิตทั้งหมด ตัวเลขก็ยิ่งน่าประทับใจมากขึ้นไปอีก มีรายงานว่าค่ายรถยนต์พลังงานสะอาดจำนวนมากถึง 18 ราย ได้เข้ามาลงทุนในราชอาณาจักรแห่งนี้รวมกันเป็นเงินราว 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนยังเชื่อว่าตัวเลขนี้อาจเพิ่มสูงขึ้นได้ถึงสิบเท่าภายในปี 2027

โรงงานยักษ์ใหญ่ของบีวายดี

ในบรรดาการลงทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้น มีโครงการหนึ่งที่โดดเด่นออกมาเป็นพิเศษ ตามรายงาน เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ปี 2024 บริษัทบีวายดีจากประเทศจีนได้เปิดโรงงานที่ทันสมัยของตนขึ้นในจังหวัดระยอง ด้วยเงินลงทุนราว 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นก้าวที่สำคัญของทั้งตัวบริษัทเองและของประเทศไทย

โรงงานแห่งนี้มีศักยภาพในการผลิตที่สูงมากอย่างน่าทึ่ง จากข้อมูลที่มีการเปิดเผย โรงงานดังกล่าวจะสามารถผลิตรถยนต์ได้ในที่สุดถึงปีละประมาณ 150,000 คัน อีกทั้งทางบริษัทยังระบุอีกว่าโครงการนี้จะช่วยสร้างงานให้กับผู้คนในพื้นที่ได้มากถึงราว 10,000 ตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจในท้องถิ่น

ค่ายรถจีนแห่เข้ามา

บีวายดีไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นรายเดียวที่เข้ามาปักหลักอยู่ในประเทศไทย ตามรายงาน ยังมีผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่จากจีนอีกหลายราย ไม่ว่าจะเป็นเกรตวอลล์ มอเตอร์ รวมถึงค่ายอื่น อีกจำนวนหนึ่ง ที่ต่างก็เข้ามาเปิดดำเนินการหรือกำลังก่อสร้างโรงงานของตนเองอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน

การขยายตัวยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง มีรายงานว่าค่ายรถอย่างฉางอานกำลังก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ในปี 2025 ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้นที่ประมาณปีละ 100,000 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่บรรดาค่ายรถมีต่อประเทศไทย

ตลาดที่ถูกครองด้วยแบรนด์จีน

สถานีชาร์จที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
สถานีชาร์จที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

การหลั่งไหลเข้ามาของค่ายรถจีนไม่เพียงเกิดขึ้นในภาคการผลิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนออกมาในยอดขายอย่างชัดเจนอีกด้วย จากข้อมูลที่มีการรายงาน บริษัทบีวายดีสามารถขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่สูงถึงราวร้อยละ 40 ของยอดขายทั้งหมด

เมื่อมองในภาพรวมของทั้งตลาด ความโดดเด่นของแบรนด์จีนก็ยิ่งเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น มีรายงานว่าบริษัทจากประเทศจีนครองส่วนแบ่งยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ารวมกันสูงถึงราวร้อยละ 80 ในขณะที่แบรนด์จากญี่ปุ่นซึ่งเคยครองตลาดรถยนต์มายาวนานกลับมีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 1 ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า

ห่วงโซ่อุปทานและอนาคต

การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ยังได้ขยายไปถึงการสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศอีกด้วย ตามรายงาน บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ได้เริ่มต้นการผลิตแพ็คแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นในไทยตั้งแต่ต้นปี 2024 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ดีของการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างครบวงจรภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติในระดับที่สูงมากก็มีข้อที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเช่นกัน ดังที่นักวิเคราะห์บางส่วนได้ตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศไทยยังจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีของตนเองควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมนี้ตกอยู่กับคนในประเทศได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

0 responses
No responses yet. Be the first to add one.
มณีรัตน์ ศรีสมบัติ
Follow this desk
มณีรัตน์ ศรีสมบัติ
Create a free account to follow มณีรัตน์ ศรีสมบัติ. New stories land in your feed, and you can save any of them to your own reading lists.
Your library & lists →
มณีรัตน์ ศรีสมบัติ
WRITTEN BY THE AUTHOR
มณีรัตน์ ศรีสมบัติ 2026-09-21 · 1 min read · 25 reads
View profile →
VERIFY THIS STORY
ASK AI
มณีรัตน์ ศรีสมบัติ Keep subscribing to มณีรัตน์ ศรีสมบัติHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Up next
More
Statistics Search Become a creator Alliances About Terms Privacy