หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ในระดับสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในอาเซียน ขณะที่สัดส่วนคนไทยที่มีหนี้เพิ่มขึ้นและธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ บทความนี้ชวนมองภาพรวมและความหมายต่อครัวเรือน
หนึ่งในประเด็นเศรษฐกิจที่ถูกจับตามองมากที่สุดของไทยในช่วงนี้คือระดับหนี้ครัวเรือน ซึ่งอยู่ในระดับสูงจนกลายเป็นความกังวลทั้งต่อภาคครัวเรือนและต่อภาพรวมของระบบเศรษฐกิจโดยรวม
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางสถิติที่ห่างไกลจากชีวิตจริง แต่สะท้อนถึงภาระที่คนจำนวนมากต้องแบกรับในแต่ละเดือน ตั้งแต่การผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ไปจนถึงหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล
หนี้ครัวเรือนสูงเป็นประวัติการณ์
ตามข้อมูลที่เผยแพร่ หนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ที่ราว 86.8 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2025 ซึ่งมีรายงานว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน
ระดับหนี้ที่สูงเช่นนี้หมายความว่าเงินที่ครัวเรือนหามาได้ส่วนหนึ่งต้องถูกนำไปใช้ชำระหนี้ แทนที่จะนำไปใช้จ่ายหรือออม ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลต่อกำลังซื้อและการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม
คนไทยเป็นหนี้มากขึ้น

ไม่เพียงระดับหนี้ที่สูง แต่จำนวนคนที่มีหนี้ก็เพิ่มขึ้นด้วย มีรายงานว่าสัดส่วนคนไทยที่มีภาระหนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นราว 62.44 เปอร์เซ็นต์ในช่วงต้นปี 2026 จากราว 50.99 เปอร์เซ็นต์ในปีก่อนหน้า
ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการเป็นหนี้ได้กลายเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปมากขึ้นในสังคมไทย และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่กระจายไปในหลายช่วงวัยและหลายระดับรายได้
ค่าครองชีพที่กดดัน
ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังคือค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อราคาสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันแพงขึ้น รายได้ที่เท่าเดิมจึงไม่เพียงพอ ทำให้หลายครอบครัวต้องหันไปพึ่งการกู้ยืมเพื่อประคองค่าใช้จ่าย
เมื่อรายจ่ายโตเร็วกว่ารายได้ ช่องว่างที่เกิดขึ้นก็มักถูกเติมเต็มด้วยหนี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในระยะยาว ก็อาจทำให้ภาระหนี้ค่อย ๆ สะสมจนยากที่จะปลดออกได้ในเวลาอันสั้น
ดอกเบี้ยที่ลดลง
ในด้านนโยบาย มีรายงานว่าธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 1.00 เปอร์เซ็นต์ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวอย่างเปราะบาง
มีรายงานว่าการลดครั้งนี้เป็นการปรับลดต่อเนื่องเป็นครั้งที่หกนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2024 รวมแล้วอัตราดอกเบี้ยลดลงราว 1.50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยของผู้กู้ได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้แก้ปัญหาหนี้ที่ต้นเหตุทั้งหมด
เศรษฐกิจที่ยังโตช้า
ภาพหนี้ครัวเรือนยังต้องมองควบคู่กับการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม มีรายงานว่าการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2026 ถูกปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 1.9 เปอร์เซ็นต์ และบางการประเมินสูงถึงราว 2.1 เปอร์เซ็นต์
แม้ตัวเลขจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่การเติบโตในระดับนี้ยังถือว่าค่อนข้างช้า เมื่อรายได้โดยรวมโตไม่มาก การจะลดภาระหนี้ของครัวเรือนลงอย่างรวดเร็วจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ
ทางออกที่ต้องสมดุล
การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ด้วยมาตรการเดียว แต่ต้องอาศัยความสมดุลระหว่างการช่วยเหลือระยะสั้น เช่น การลดภาระดอกเบี้ย กับการสร้างรายได้และวินัยทางการเงินในระยะยาว
สำหรับครัวเรือนทั่วไป การวางแผนการเงิน การระมัดระวังการก่อหนี้ใหม่ และการทำความเข้าใจเงื่อนไขของสินเชื่อ ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้รับมือกับสถานการณ์นี้ได้ดีขึ้นในระดับบุคคล
บทความมีประโยชน์มากเรื่อง ดอกเบี้ยนโยบาย.
จริง.

Keep following มณีรัตน์ ศรีสมบัติHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Follow