หลายคนรู้สึกว่าเงินเท่าเดิมกลับซื้อของได้น้อยลง เบื้องหลังคือสิ่งที่เรียกว่าเงินเฟ้อ มาทำความเข้าใจว่าเงินเฟ้อคืออะไร และเหตุใดจึงส่งผลต่อเงินออมของเราทุกคน
หลายคนอาจเคยรู้สึกว่าเงินจำนวนเท่าเดิมในกระเป๋ากลับซื้อของได้น้อยลงกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด และความรู้สึกเช่นนี้ไม่ใช่เพียงจินตนาการที่เราคิดไปเองแต่อย่างใด เบื้องหลังของปรากฏการณ์ดังกล่าวคือสิ่งที่เราเรียกกันว่าเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรทำความเข้าใจ เพื่อที่จะได้ดูแลเงินของตนเองได้อย่างชาญฉลาดและมั่นคงมากยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวัน
เงินเฟ้อคืออะไร
เงินเฟ้อคือภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไป พูดให้เข้าใจง่ายก็คือข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ รอบตัวเราค่อย ๆ มีราคาแพงขึ้นทีละเล็กทีละน้อยอย่างช้า ๆ ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ และส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้คนในทุกระดับอย่างหลีกเลี่ยงได้ยากจริง ๆ
สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจก็คือเงินเฟ้อไม่ได้หมายถึงสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งแพงขึ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หมายถึงภาพรวมของราคาสินค้าและบริการจำนวนมากที่ขยับสูงขึ้นไปพร้อม ๆ กัน บางสิ่งอาจแพงขึ้นมากในขณะที่บางสิ่งราคาเกือบคงเดิม แต่เมื่อมองในภาพรวมทั้งหมดแล้วค่าครองชีพโดยเฉลี่ยก็จะค่อย ๆ สูงขึ้นอย่างช้า ๆ และต่อเนื่อง
อำนาจซื้อที่ลดลง

ผลกระทบที่สำคัญที่สุดของเงินเฟ้อก็คือการทำให้อำนาจซื้อของเงินลดลงไปเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป นั่นหมายความว่าเงินจำนวนเท่าเดิมที่เราถืออยู่ในมือจะสามารถซื้อสินค้าและบริการได้น้อยลงกว่าในอดีต เงินจำนวนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนอาจซื้อของได้มากกว่าเงินจำนวนเท่ากันในวันนี้อย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งนี่คือแก่นแท้ของผลกระทบจากเงินเฟ้อ
ด้วยเหตุผลนี้เองการเก็บเงินสดเอาไว้เฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรเลยจึงอาจทำให้มูลค่าที่แท้จริงของเงินค่อย ๆ หดหายไปอย่างเงียบ ๆ แม้ว่าตัวเลขในบัญชีจะไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยก็ตาม แต่สิ่งที่เงินจำนวนนั้นสามารถซื้อได้กลับน้อยลงไปทุกที นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลายคนจึงพยายามหาหนทางให้เงินของตนเองงอกเงยเพื่อตามให้ทันกับราคาที่สูงขึ้น
วัดเงินเฟ้ออย่างไร
คำถามที่ตามมาก็คือเราจะรู้ได้อย่างไรว่าราคาสินค้าโดยรวมนั้นสูงขึ้นมากหรือน้อยเพียงใด คำตอบก็คือนักเศรษฐศาสตร์มักใช้เครื่องมือที่เรียกว่าดัชนีราคาเพื่อคอยติดตามการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง เครื่องมือนี้ช่วยให้เราเห็นภาพการเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างเป็นระบบและชัดเจนมากยิ่งขึ้น
แนวคิดเบื้องหลังของดัชนีราคาผู้บริโภคนั้นเข้าใจได้ไม่ยากเลยแม้แต่น้อย กล่าวคือมีการเลือกตะกร้าสินค้าและบริการที่ครัวเรือนทั่วไปมักซื้อหาในชีวิตประจำวันขึ้นมาชุดหนึ่ง จากนั้นจึงคอยติดตามว่าราคาของสิ่งต่าง ๆ ในตะกร้านั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างเมื่อเวลาผ่านไป การเปรียบเทียบในลักษณะเช่นนี้ทำให้เราเห็นทิศทางของค่าครองชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม
เงินฝืดคือด้านตรงข้าม
ในทางตรงกันข้ามกับเงินเฟ้อนั้นก็มีภาวะที่เรียกกันว่าเงินฝืด ซึ่งหมายถึงการที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปปรับตัวลดลงแทนที่จะสูงขึ้น เมื่อเกิดภาวะเงินฝืดขึ้น เงินจำนวนเท่าเดิมก็จะสามารถซื้อของได้มากขึ้นกว่าเดิม ฟังดูเผิน ๆ แล้วอาจเหมือนเป็นเรื่องดี แต่ในความเป็นจริงแล้วภาวะเช่นนี้ก็มีด้านที่น่ากังวลซ่อนอยู่เช่นกันอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง
หลายคนอาจคิดว่าราคาที่ถูกลงนั้นย่อมเป็นผลดีต่อผู้บริโภคเสมอไปโดยไม่มีข้อเสีย แต่หากราคาลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผู้คนก็อาจพากันชะลอการใช้จ่ายออกไปเพราะคาดหวังว่าของจะถูกลงอีกในอนาคต เมื่อทุกคนต่างระมัดระวังการจับจ่ายมากจนเกินไป กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมก็อาจชะงักงันและซบเซาลงได้ในที่สุดเช่นกัน
ทำไมเงินเฟ้อระดับต่ำจึงถือว่าปกติ
เมื่อเข้าใจทั้งสองด้านแล้วหลายคนอาจสงสัยว่าแล้วระดับใดกันจึงจะเหมาะสมที่สุด โดยทั่วไปแล้วนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่มักเห็นพ้องต้องกันว่าเงินเฟ้อในระดับที่ต่ำและมีเสถียรภาพนั้นถือเป็นเรื่องปกติและเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีความยืดหยุ่นพอสมควร
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับระดับของเงินเฟ้อก็คือความมีเสถียรภาพและความสม่ำเสมอของมันนั่นเอง หากราคาค่อย ๆ ขยับสูงขึ้นอย่างช้า ๆ และสามารถคาดเดาได้ ผู้คนและภาคธุรกิจก็จะสามารถวางแผนล่วงหน้าได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ความนิ่งและคาดเดาได้นี้เองที่ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว
รับมือกับเงินเฟ้ออย่างชาญฉลาด
แม้ว่าเงินเฟ้อจะเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุมของเราในฐานะบุคคลคนหนึ่ง แต่เราก็ยังสามารถเตรียมตัวเพื่อรับมือกับมันได้อย่างชาญฉลาด สิ่งแรกที่เราทำได้คือการตระหนักว่าการปล่อยให้เงินนอนนิ่งอยู่เฉย ๆ เป็นเวลานานเกินไปนั้นอาจทำให้มูลค่าของมันค่อย ๆ ลดลงได้ การวางแผนการเงินอย่างรอบคอบจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีอย่างหนึ่งเสมอ
ท้ายที่สุดแล้วความเข้าใจในเรื่องเงินเฟ้อถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งของการดูแลการเงินส่วนบุคคลอย่างมีสติ เมื่อเรารู้ว่าเวลาและราคามีผลต่อมูลค่าของเงินอย่างไร เราก็จะสามารถตัดสินใจในเรื่องการออมและการใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น ความรู้เพียงเล็กน้อยเช่นนี้เองที่จะช่วยให้เราก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและอุ่นใจ
คำถามที่พบบ่อย

Keep subscribing to อนุชา รักษาHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Subscribe
