ตลาดบริการอาหารของไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยอาหารริมทางกลายเป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าสูงที่สุด ด้วยมูลค่ากว่า 270,000 ล้านบาทต่อปี เรามาดูตัวเลขเบื้องหลังแผงลอยยามค่ำคืนที่หล่อเลี้ยงเมืองในปี 2026 กัน
ผมบันทึกชีวิตคนทำงานกะดึกที่คอยประคองเมืองไว้ขณะที่เราหลับ และไม่มีภาพใดชัดเจนไปกว่าแผงลอยอาหารริมทางที่เปิดไฟสว่างกลางดึก เบื้องหลังกลิ่นหอมของก๋วยเตี๋ยวและผัดไทยที่ลอยมาตามสายลม คือเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่ามหาศาลซึ่งหลายคนมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย
ตลาดบริการอาหารโตต่อเนื่อง
เริ่มจากภาพใหญ่ก่อน ตลาดบริการอาหารของไทยมีมูลค่าราว 35.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 38.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ตัวเลขที่เติบโตอย่างต่อเนื่องนี้สะท้อนว่าคนไทยและนักท่องเที่ยวยังคงใช้จ่ายกับการกินอย่างไม่ลดละ แม้ภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะยังไม่สดใสนัก
มุ่งสู่ห้าหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์
เมื่อมองไปข้างหน้า ภาพยิ่งน่าตื่นเต้น ตลาดบริการอาหารของไทยถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตไปแตะระดับ 55.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2031 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีราวร้อยละ 7.62 ในช่วงปี 2026 ถึง 2031 นี่คือการเติบโตที่แซงหน้าค่าเฉลี่ยของหลายอุตสาหกรรมในประเทศอย่างชัดเจน
อาหารริมทางคือแชมป์

ที่น่าสนใจที่สุดคือ ในบรรดาธุรกิจอาหารทั้งหมด อาหารริมทางกลับเป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าสูงที่สุดในภาคบริการอาหารของไทยเมื่อปี 2025 โดยมีมูลค่ามากกว่า 8.79 พันล้านยูโร นี่ตอกย้ำว่าแผงลอยเล็ก ๆ ริมถนนเมื่อรวมกันแล้วมีพลังทางเศรษฐกิจมหาศาลอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง
มูลค่ากว่าสองแสนเจ็ดหมื่นล้านบาท
หากคิดเป็นเงินบาท ตลาดอาหารริมทางของไทยมีมูลค่าสูงกว่า 270,000 ล้านบาทต่อปี ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติหรือวัฒนธรรม แต่เป็นเม็ดเงินจริงที่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ หล่อเลี้ยงครอบครัวของพ่อค้าแม่ค้าและซัพพลายเออร์นับล้านรายทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
ท่องเที่ยวหนุนการเติบโต
หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญคือการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากเดินทางมาไทยเพราะหลงใหลในอาหารริมทาง ตั้งแต่ผัดไทยไปจนถึงก๋วยเตี๋ยวเรือ เมื่อนักท่องเที่ยวกลับมา เม็ดเงินก็ไหลเข้าสู่แผงลอยและร้านอาหารเล็ก ๆ โดยตรง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างรวดเร็ว
แอปสั่งอาหารเปลี่ยนพฤติกรรม
อีกปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้คือแพลตฟอร์มสั่งอาหารออนไลน์ ทุกวันนี้ผู้คนสั่งอาหารผ่านแอปได้เพียงปลายนิ้ว ทำให้แม้แต่แผงลอยเล็ก ๆ ก็เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น ความสะดวกสบายนี้ค่อย ๆ เปลี่ยนพฤติกรรมการกินของคนไทยไปอย่างสิ้นเชิง และกลายเป็นตัวเร่งการเติบโตของทั้งอุตสาหกรรม
ร้านอาหารด่วนมาแรง
ในภาพรวม กลุ่มร้านอาหารบริการด่วนหรือ QSR ก็เติบโตอย่างโดดเด่นเช่นกัน โดยขยายตัวราวร้อยละ 5.1 และถูกจับตาว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดในอนาคต ควบคู่ไปกับอาหารริมทางอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย ทั้งสองกลุ่มนี้สะท้อนความต้องการความรวดเร็วและราคาที่เข้าถึงได้ของผู้บริโภค
อุตสาหกรรมร้านอาหารขนาดใหญ่
เพื่อให้เห็นภาพขนาดของอุตสาหกรรม ในปี 2023 มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมร้านอาหารไทยอยู่ที่ราว 480,000 ล้านบาท ตัวเลขระดับนี้แสดงให้เห็นว่าธุรกิจอาหารไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นเสาหลักหนึ่งของเศรษฐกิจที่เกี่ยวพันกับชีวิตผู้คนตั้งแต่เกษตรกรไปจนถึงพนักงานเสิร์ฟและคนขับรถส่งของ
คนทำงานเบื้องหลัง
และนี่คือหัวใจที่ผมอยากเล่า เบื้องหลังตัวเลขมหาศาลเหล่านี้คือคนทำงานตัวจริง พ่อค้าแม่ค้าที่ตื่นก่อนฟ้าสางเพื่อเตรียมวัตถุดิบ คนที่ยืนหน้าเตาร้อน ๆ จนดึกดื่น และคนส่งอาหารที่ขี่รถฝ่าค่ำคืน พวกเขาคือกำลังเงียบ ๆ ที่ทำให้เมืองนี้มีอาหารกินได้ตลอดเวลาไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน
เศรษฐกิจฐานรากที่จับต้องได้
สิ่งที่ทำให้อาหารริมทางพิเศษคือมันเป็นเศรษฐกิจฐานรากที่จับต้องได้จริง เงินที่ลูกค้าจ่ายไปตกถึงมือผู้ประกอบการรายย่อยโดยตรง ไม่ผ่านคนกลางมากมาย แผงลอยหนึ่งแผงอาจดูเล็ก แต่เมื่อรวมกันทั้งประเทศ มันคือระบบกระจายรายได้ที่ทรงพลังและเข้าถึงคนจำนวนมากที่สุดในสังคม
ความท้าทายของแผงลอย
แน่นอนว่าธุรกิจนี้ก็มีความท้าทาย ทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น กฎระเบียบเรื่องพื้นที่และสุขอนามัย รวมถึงการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นทุกวัน ผู้ค้ารายย่อยจึงต้องปรับตัวอยู่เสมอ ทั้งเรื่องคุณภาพ ความสะอาด และการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้อยู่รอดในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
มองไปข้างหน้า
เมื่อมองไปข้างหน้า อาหารริมทางของไทยยังมีอนาคตที่สดใส ตราบใดที่ยังมีนักท่องเที่ยวหลงใหล มีคนไทยที่รักการกิน และมีพ่อค้าแม่ค้าที่ทุ่มเท เสน่ห์ของแผงลอยยามค่ำคืนก็จะยังคงเป็นทั้งวัฒนธรรมและเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงเมืองนี้ต่อไปได้อีกนานหลายปี

Keep subscribing to อนุชา รักษาHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Subscribe
