ดัชนี SET ของไทยปรับตัวขึ้นกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ในปี 2026 และเป็นตลาดเดียวในเอเชียที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ บทความนี้พาไปดูตัวเลข ปัจจัยหนุน และสัญญาณที่ต้องจับตา
หลังจากผ่านช่วงหลายปีที่ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันและเงินทุนไหลออก ปีนี้ภาพกลับเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งและกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง
การฟื้นตัวครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนความเชื่อมั่นภายในประเทศ แต่ยังเกี่ยวข้องกับเงินทุนจากต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเข้ามา ทำให้ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่โดดเด่นของภูมิภาคในปีนี้
ดัชนี SET พุ่งกว่า 25 เปอร์เซ็นต์
ตามข้อมูลที่เผยแพร่ ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นราว 26 เปอร์เซ็นต์จากระดับสิ้นปี 2025 โดยเมื่อสิ้นเดือนสิงหาคมปี 2026 ดัชนีอยู่ที่ราว 1,595 จุด ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นที่มีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
การปรับขึ้นในระดับนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก การที่ดัชนีสามารถรักษาระดับการเพิ่มขึ้นไว้ได้จึงสะท้อนถึงแรงซื้อที่เข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
โดดเด่นในภูมิภาคเอเชีย
เมื่อเทียบกับตลาดอื่นในเอเชีย มีรายงานว่าการปรับขึ้นกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ทำให้ตลาดหุ้นไทยอยู่ในอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค โดยอยู่ราวอันดับสองหรือสาม รองจากเกาหลีใต้ และใกล้เคียงกับไต้หวัน
การติดอันดับต้น ๆ ของเอเชียเป็นสัญญาณที่ช่วยดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก เพราะสะท้อนว่าตลาดไทยสามารถให้ผลตอบแทนที่แข่งขันได้ แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ

จุดที่น่าสนใจที่สุดอย่างหนึ่งคือพฤติกรรมของนักลงทุนต่างชาติ มีรายงานว่าในช่วงแปดเดือนแรกของปี 2026 นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิรวมราว 51,180 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกลับทิศจากเงินทุนที่ไหลออกในช่วงสองปีก่อนหน้า
มีรายงานว่าไทยเป็นตลาดเดียวในเอเชียที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิ ซึ่งถือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เพราะกระแสเงินทุนต่างชาติมักเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นต่อทิศทางของตลาด
ปัจจัยหนุนสำคัญ
หนึ่งในปัจจัยที่ถูกกล่าวถึงคือค่าเงินบาทที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ ซึ่งมีรายงานว่าช่วยให้ตลาดไทยถูกมองว่าเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยในภูมิภาค ท่ามกลางความผันผวนในบางส่วนของโลก
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจปี 2026 เป็นราว 2.3 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมราว 2 เปอร์เซ็นต์ โดยได้แรงหนุนหลักจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง
สัญญาณที่ต้องจับตา
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวนี้ยังมีจุดที่ต้องระมัดระวัง มีรายงานว่าในเดือนสิงหาคมปี 2026 นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิราว 24,680 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากระแสเงินทุนยังสามารถเปลี่ยนทิศได้ในระยะสั้น
นักวิเคราะห์บางส่วนจึงมองว่าการฟื้นตัวของตลาดยังต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเงินทุนต่างชาติและความชัดเจนของนโยบาย เพื่อให้การปรับขึ้นมีความยั่งยืนมากกว่าจะเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ
มองไปข้างหน้า
โดยรวมแล้ว ผลงานของตลาดหุ้นไทยในปีนี้ถือเป็นภาพที่สดใสขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า และสะท้อนว่าความเชื่อมั่นสามารถกลับคืนมาได้หากปัจจัยพื้นฐานเอื้ออำนวย
สำหรับนักลงทุน สิ่งสำคัญคือการติดตามทั้งตัวเลขดัชนี กระแสเงินทุน และภาพเศรษฐกิจโดยรวมไปพร้อมกัน เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสอย่างรอบด้าน แทนที่จะมองเพียงการปรับขึ้นของดัชนีเพียงอย่างเดียว
วิเคราะห์ ตลาดหุ้นไทย ได้ดี.
รายงานเรื่อง ตลาดหุ้นไทย ได้ดีมาก.
ติดตาม ตลาดหุ้นไทย อยู่ อันนี้ช่วยได้.
เห็นด้วย.
ใช่เลย.

Keep subscribing to อนุชา รักษาHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Subscribe
