ไทยดึงดูดเงินลงทุนในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 4.1 พันล้านดอลลาร์ ครอบคลุม 198 โครงการ พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกอีวีของภูมิภาค
อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจไทย ล่าสุดประเทศไทยสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมนี้ ตอกย้ำเป้าหมายการเป็นฐานการผลิตอีวีที่สำคัญของภูมิภาค
เงินลงทุนกว่า 4 พันล้านดอลลาร์
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ประเทศไทยได้รับคำมั่นการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้ารวมกว่า 4.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมโครงการทั้งสิ้น 198 โครงการ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อประเทศไทย
โครงการเหล่านี้ครอบคลุมหลายส่วนของอุตสาหกรรม ทั้งการผลิตตัวรถ การผลิตแบตเตอรี่ ชิ้นส่วนประกอบ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จ ทำให้เกิดระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจรมากขึ้นในประเทศ
การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่

เฉพาะการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบใช้แบตเตอรี่ หรือบีอีวี มีมูลค่าการลงทุนราว 1.18 พันล้านดอลลาร์ กระจายอยู่ใน 18 โครงการ โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตในประเทศรวมกันมากกว่า 370,000 คันต่อปี
กำลังการผลิตระดับนี้แสดงให้เห็นว่าไทยไม่ได้มองอีวีเป็นเพียงตลาดในประเทศเท่านั้น แต่ยังวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นแหล่งผลิตขนาดใหญ่ ที่สามารถป้อนทั้งความต้องการภายในและการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ
ตลาดในประเทศเติบโต
ในด้านความต้องการภายในประเทศ ปี 2568 ยานยนต์ที่ใช้ระบบไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของยอดจดทะเบียนรถใหม่ โดยรถไฮบริดคิดเป็น 21.8 เปอร์เซ็นต์ และรถไฟฟ้าแบตเตอรี่คิดเป็น 19.6 เปอร์เซ็นต์
ผู้ผลิตระดับโลกขยายฐาน
ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกหลายรายได้ขยายการผลิตในประเทศไทย ในจำนวนนี้รวมถึงเมอร์เซเดส เบนซ์ บีวายดี และฮุนได ซึ่งการขยายฐานการผลิตดังกล่าวช่วยสร้างงานให้กับคนไทยแล้วมากกว่า 16,000 ตำแหน่ง
นอกจากการจ้างงานโดยตรง การลงทุนยังก่อให้เกิดโอกาสด้านการจัดซื้อจัดหาในประเทศมูลค่าราว 1.79 พันล้านดอลลาร์ ผ่านการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ผลิตรถยนต์กับซัพพลายเออร์ในประเทศ ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทาน
มุ่งสู่การเป็นฐานส่งออก
นอกเหนือจากตลาดในประเทศ ไทยยังตั้งเป้าที่จะเป็นฐานการส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค ภายใต้นโยบายส่งเสริมการลงทุนที่กำหนดให้ผู้ผลิตต้องผลิตรถในประเทศตามสัดส่วนที่เชื่อมโยงกับปริมาณการนำเข้ารถสำเร็จรูป
แนวทางนี้จูงใจให้ผู้ผลิตตั้งฐานการผลิตในไทยแทนการนำเข้า และเปิดทางให้รถที่ผลิตเพื่อการส่งออกถูกนับรวมในพันธะการผลิต ช่วยให้ผู้ผลิตบริหารสมดุลระหว่างการขายในประเทศและการส่งออกได้คล่องตัวมากขึ้น
ความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย
การเติบโตของอุตสาหกรรมอีวีมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ทั้งการดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศ การสร้างงานทักษะสูง และการยกระดับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสมัยใหม่
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในภูมิภาคก็เข้มข้นขึ้นเช่นกัน ทำให้ไทยต้องรักษาความได้เปรียบทั้งด้านนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และแรงงานที่มีทักษะ เพื่อรักษาตำแหน่งการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของภูมิภาคเอาไว้
โดยรวมแล้ว เม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าสู่ห่วงโซ่ยานยนต์ไฟฟ้าสะท้อนโอกาสสำคัญของไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ หากบริหารจัดการได้ดี ก็อาจกลายเป็นเสาหลักใหม่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
วิเคราะห์ เศรษฐกิจไทย ได้ดี.
เศรษฐกิจไทย: อธิบายดีกว่าที่อื่น.
ติดตาม เศรษฐกิจไทย อยู่ อันนี้ช่วยได้.

Keep following กัญญารัตน์ พรหมมาHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Follow