ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีปี 2569 เป็นร้อยละ 2.3 พร้อมคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1 โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกและการท่องเที่ยว
ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพี
การปรับคาดการณ์ครั้งนี้สะท้อนมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย โดยตัวเลขการเติบโตร้อยละ 2.3 ถือว่าสูงกว่าที่หลายฝ่ายเคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าจะยังมีความเห็นที่หลากหลาย และบางสำนักยังคงคาดการณ์การเติบโตในกรอบที่ต่ำกว่านั้นก็ตาม
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากภาคการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่คลี่คลายลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อราคาพลังงานและบรรยากาศการลงทุนโดยรวมของประเทศ
คงอัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ 1

คณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1 โดยมองว่าระดับดังกล่าวยังผ่อนคลายเพียงพอที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์หลายรายคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวในระดับนี้ต่อไปจนถึงสิ้นปี 2569
การคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและครัวเรือนไม่สูงจนเกินไป ซึ่งเอื้อต่อการบริโภคและการลงทุน ท่ามกลางภาวะที่เศรษฐกิจยังต้องการแรงสนับสนุนเพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
การท่องเที่ยวฟื้นตัว
ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่าในปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 33 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 35.5 ล้านคน พร้อมรายได้ราว 1.6 ล้านล้านบาทในปี 2570
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการจ้างงานและรายได้ของประเทศ การกลับมาของนักท่องเที่ยวจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยพยุงการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม
เงินบาทและเงินเฟ้อ
ในด้านค่าเงิน คาดว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยเฉลี่ยอยู่ที่ราว 32.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 เทียบกับ 32.9 บาทในปี 2568 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ท่ามกลางความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
สำหรับเงินเฟ้อ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ราวร้อยละ 2.8 ในปี 2569 และชะลอลงมาอยู่ที่ราวร้อยละ 1.4 ในปี 2570 อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เหลือของปี 2569 เงินเฟ้ออาจสูงเกินกรอบเป้าหมายที่ร้อยละ 1 ถึง 3 จากการส่งผ่านต้นทุนพลังงานและการผลิต ก่อนจะลดลงในปีถัดไป
ความท้าทายเชิงโครงสร้าง
แม้แนวโน้มระยะสั้นจะดีขึ้น แต่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ต้องแก้ไขในระยะยาว การพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวทำให้เศรษฐกิจอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก ขณะที่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันยังคงเป็นโจทย์สำคัญของประเทศ
แนวโน้มข้างหน้า
ในระยะข้างหน้า การเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความต่อเนื่องของการส่งออก การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และทิศทางของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนจากภายนอก โดยเฉพาะราคาพลังงานและนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
โดยรวมแล้ว การปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตและการคงอัตราดอกเบี้ยสะท้อนความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนการฟื้นตัวและการดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ หากปัจจัยหนุนต่าง ๆ ยังดำเนินต่อไป เศรษฐกิจไทยก็มีโอกาสเติบโตได้ตามที่คาดการณ์ไว้

Keep following สุชาดา สุวรรณHer next filing reaches you the moment it publishes, on her own subdomain.
Follow